Call center : +662-714-9555   Line ID : @SLCclinic     Open Daily : 10:00 - 20:00
ศัลยกรรมเหลาโหนกแก้ม
22 ก.ค. 2558 14:49 น.  |  เปิดอ่าน 76,348
133
Share LINE it! Tweet Share
ศัลยกรรมเหลาโหนกแก้ม

ลักษณะของ “โหนกแก้ม” บ่งบอกถึงบุคลิก
“โหนกแก้ม” องค์ประกอบหนึ่งของใบหน้าที่จะสามารถเพิ่ม หรือ บั่นทอนความงามบนใบหน้าของคุณ โดยที่ลักษณะของโหนกแก้มนั้นยังสามารถบ่งบอกถึงบุคลิกภาพของคุณได้อีกด้วย  การมีโครงสร้างของโหนกแก้มที่สูง กระดูกชัดเจน จะทำให้ใบหน้านั้นดูแข็ง ดุดัน สมกับความเป็นชาย ในส่วนของเพศหญิงนั้น การมีโหนกแก้มที่นูนขึ้นมาเพียงเล็กน้อย จะทำให้ใบหน้าดูอ่อนหวานสมกับความเป็นหญิง แต่หากผู้หญิงที่มีลักษณะโหนกแก้มสูง และ ใหญ่นั้น จะส่งผลให้ใบหน้าดูแข็ง ไม่อ่อนหวานสมกับความเป็นหญิง และ เป็นที่ไม่พึงประสงค์ของสาวๆ เมื่อส่องกระจกอยู่ไม่น้อย 

 

ทางเลือกของคนอยากหน้าเล็ก "เหลาโหนกแก้ม"

โครงสร้างของโหนกแก้มที่ใหญ่ และ สูงนั้น จะพบมากในคนที่มีเชื้อชาติแถบเอเชียซะเป็นส่วนใหญ่  ซึ่งสาเหตุของโหนกแก้มที่ใหญ่นั้น เกิดมาจากพันธุกรรมของแต่ละคนที่เป็นมาแต่กำเนิด ปัจจุบันจึงเกิดวิธีการรักษาทางการแพทย์ที่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะสามารถทำการแก้ไข ลดขนาดกระดูกโหนกแก้มให้รับกับใบหน้า ปรับโหงวเฮ้ง ปรับโครงสร้างของโหนกแก้มให้มีความสมส่วนยิ่งขึ้น นั่นคือ ศัลยกรรมกรอกระดูกโหนกแก้ม” นอกจากที่คนไข้จะต้องทำการเอ็กซเรย์โครงสร้างของโหนกแก้มเพื่อพิจารณาว่าบริเวณที่นูนออกมานั้นเกิดจาก กล้ามเนื้อ กระดูก หรือ ไขมัน เพื่อทางศัลยแพทย์จะได้วิเคราะห์การแก้ไขได้อย่างเหมาะสม

2 โครงสร้างสำคัญของการลดกระดูกโหนกแก้ม

  1. กระดูกส่วน Body 
    กระดูกในบริเวณนี้มีความหนา บาง แตกต่างกันออกขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เป็นกระดูกที่มีลักษณะเป็นโพรงอากาศ ไม่มีหน้าที่สำคัญ เพราะฉะนั้น การทำการผ่าตัดกรอกระดูกบริเวณนี้จะไม่ไปรบกวนเส้นประสาท มีความเสี่ยงน้อย แต่จะมีข้อจำกัดในการเหลาได้ไม่เกิน 1 ซม. หรือ บางรายอาจจะเหลาได้เพียงแค่ 0.5 ซม. ขึ้นอยู่กับความหนาของกระดูกของแต่ละท่าน

  2. กระดูกส่วน Arch 
    จะอยู่บริเวณโหนกแก้มด้านข้างของโครงสร้างใบหน้า หากศัลยแพทย์ได้ทำการพิจารณาโครงสร้างของกระดูกแล้ว พบว่า กระดูกบริเวณ Arch มีมากเกินไป ส่งผลให้ใบหน้าผิดรูป โหนกแก้มใหญ่ ใบหน้ากว้าง ก็สามารถที่จะตัดกระดูกส่วนนี้ออก  จากนั้นใช้วัสดุทางการแพทย์เชื่อมกระดูกเข้าหากัน โดยอาจจะทำร่วมกันระหว่างการกรอกระดูก และ ตัดกระดูกโหนกแก้มควบคู่กันตามความเหมาะสมของใบหน้าในแต่ละบุคคล

5 ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนทำ "ศัลยกรรมผ่าตัดลดโหนกแก้ม"



2 วิธี การผ่าตัดศัลยกรรมลดกระดูกโหนกแก้ม

1. การกรอกระดูกโหนกแก้ม หรือ การเหลาโหนกแก้ม

เหมาะสำหรับ : ผู้ที่มีโหนกแก้มนูนขึ้นมาด้านหน้าไม่สูงมากนัก

วิธีการผ่าตัด : เมื่อขั้นตอนการดมยาสลบผ่านไปเรียบร้อยแล้ว ศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดโดยเปิดแผลบริเวณกระพุ้งแก้มด้านในช่องปากของแต่ละด้าน จากนั้นใช้เครื่องมือทางการแพทย์กรอกระดูกบริเวณโหนกแก้มออก บริเวณโหนกแก้มในส่วนนี้ (Body) จะมีข้อจำกัดในการกรอออกได้ไม่เกิน 1 ซม. หรือ บางราย อาจจะกรอออกได้เพียง 0.5 ซม. โดยประมาณ ขึ้นอยู่กับความหนาของกระดูกในแต่ละบุคคล

ระยะเวลาในการผ่าตัด  ขั้นต่ำประมาณ 3 ชม. รวมการดมยาสลบ

ข้อดี : จะไม่ปรากฏแผลหลังผ่าตัดเนื่องจาก แผลจะอยู่บริเวณกระพุ้งแก้มด้านในช่องปาก เย็บด้วยไหมละลาย 

2. การตัด เลื่อน ยุบกระดูกโหนกแก้ม

เหมาะสำหรับ : ผู้ที่มีโหนกแก้มนูนขึ้นมาด้านหน้าสูง และ มีกระดูกโหนกแก้มกางออกด้านข้างมาก ส่งผลให้ใบหน้าดูกว้าง และ ใหญ่

วิธีการผ่าตัด : เนื่องจากวิธีนี้เป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างมีความซับซ้อน ศัลยแพทย์จะทำการวางแผน และ วิเคราะห์โครงหน้าจากใบ X –ray คำนวณค่าความยาว ความกว้าง มุมๆต่างของโครงสร้างกระดูก เมื่อขั้นตอนการดมยาสลบได้ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว ศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดโดยการเปิดแผลบริเวณหน้าใบหูเป็นแนวดิ่ง ประมาณ 2 ซม. (ซ่อนแผลให้กลืนกับบริเวณจอนผม) ทำการกรอกระดูกด้านหน้า ตัดกระดูกโหนกแก้มที่นูนออกมาด้านข้าง และ ทำการเลื่อนกระดูกเข้าหากัน โดยเชื่อมกระดูกให้ผสานกันด้วยวัสดุชนิดพิเศษทางการแพทย์ วัสดุนี้มีความแข็งแรง ทนทาน สามารถอยู่ได้ตลอดชีวิต วิธีนี้จะปรากฏแผลผ่าตัดหลังทำ และ รอยแผลจะสามารถจางหายไปได้เองภายในระยะเวลา ไม่เกิน 2 เดือน

ระยะเวลาในการผ่าตัด : ประมาณ 2 – 3 ชม. รวมการดมยา

ข้อดี : เป็นวิธีที่สามารถปรับโครงสร้างของโหนกแก้มให้ลดลงได้มาก สามารถเปลี่ยนโครงสร้างของรูปหน้าบริเวณโหนกแก้มได้อย่างชัดเจน 


การดูแลหลังจากการผ่าตัด

  • พักฟื้นที่สถานพยาบาลอย่างน้อย 1 คืน ภายใต้การดูแลของศัลยแพทย์

  • หลังทำควรใส่การ์เม้นท์รอบกรอบหน้า อย่างน้อย 7 วัน (หากไม่สะดวกให้ใส่การ์เม้นเฉพาะก่อนนอน) เพื่อช่วยพยุง และ ป้องกันแผลผ่าตัด ระวังอย่านอนทับบริเวณที่ผ่าตัด 

  • ทานอาหารอ่อนๆ เคี้ยวง่าย เนื่องจากอาจจะยังมีอาการชาของริมฝีปากอยู่ 

  • หลังทำในช่วง 3 วันแรก เมื่อทานอาหารเสร็จ ควรทำความสะอาดโดยการบ้วนปากด้วยน้ำเกลือทุกครั้ง

  • หลังทำในช่วงวันที่ 4 เมื่อทานอาหารเสร็จสามารถบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากได้แต่ต้องผสมนำให้เจือจาง หรือ สามารถแปรงฟันได้โดยที่ไม่รุนแรงจนเกินไป

  • ทำความสะอาดบาดแผลอย่างสม่ำเสมอ โดยศัลยแพทย์จะตัดไหมประมาณ 5 - 7 วันหลังผ่าตัด

  • ควรนอนพักฟื้นอย่างน้อย 5 – 7 วัน

  • ทานยาให้ครบตามใบสั่งแพทย์ เนื่องจากอาจจะมีอาการหน้าบวมและชา ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปภายใน 1 - 2 อาทิตย์ แต่หากต้องการให้อาการบวมช้ำลดลงเร็วยิ่งขึ้น ตัวช่วยที่เป็นประโยชน์เพื่อการลดบวมสำหรับการทำศัลยกรรมบนใบหน้านั้น คือ การทาน “ซุปฟักทอง”

  • ภายใน 3 เดือน ใบหน้าจะค่อยๆยุบลงเรื่อยๆ จนเข้าที่ มีโครงสร้างใบหน้าที่สมส่วนยิ่งขึ้น

  • ประคบเย็นประมาณ 1 -  2 วัน เพื่อลดอาการบวมและเขียวช้ำบริเวณแผลผ่าตัด

  • นอนหงาย ยกศีรษะให้อยู่สูงกว่าลำตัวประมาณ 2 - 3 วันเพื่อป้องกันอาการบวมที่อาจจะเกิดขึ้นได้ภายหลังการผ่าตัด

  • อย่านอนทับบริเวณที่ทำการผ่าตัด ประมาณ 1 เดือน

  • งดออกกำลังกายหนักๆ เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์

ความรู้สึกของผู้ที่เคยผ่านการ "ศัลยกรรมเหลาโหนกแก้ม"





Review – ก่อน และ หลังทำ "ศัลยกรรมเหลาโหนกแก้ม"

SLC ยินดีให้คำปรึกษาทุกปัญหาความงาม
Call Center : +66 2 714 9555
Whatsapp : +66 96 116 0806
Facebook : SLCclinic
Skype : SLCclinic 
LINE : @SLCclinic
เพิ่มเพื่อน

 

Credit 0%
โปร HOT! หุ่นเป๊ะ ดูดสลายไขมัน Vaser Lipo Selection ราคาเริ่มต้นที่ 15,000.- (ปกติ 25,000.-) / จุด
ติดตามความเคลื่อนไหว ข่าวสาร โปรโมชั่น SLC Siam Laser Clinic บน Facebook คลิกที่นี่!!
Share LINE it! Tweet Share

Call center : +662-714-9555
Line ID : @SLCclinic
Mon-Sat 10:00 - 20:00