ใครที่รักษาหลุมสิวมาหลายวิธี ทั้งเลเซอร์ กรอผิว หรือฉีดฟิลเลอร์ แล้วยังรู้สึกว่าผิวไม่เรียบเนียนอย่างที่หวัง ช่วงนี้คงเคยได้ยินชื่อ “JUVGEN” ผ่านหูมาบ้าง เพราะเป็นโปรแกรมเทคนิคดูแลหลุมสิวที่กำลังเป็นที่พูดถึง แต่หลายคนก็ยังสงสัยว่า Juvgen คือ อะไรกันแน่ ทำงานต่างจากการรักษาเดิม ๆ ตรงไหน และช่วยเรื่องหลุมสิวได้จริงแค่ไหน บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่หลักการทำงาน ไปจนถึงข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ เพื่อให้เห็นภาพชัดว่าเทคนิคนี้เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน
หมายเหตุ: ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล แพทย์จะประเมินความเหมาะสมก่อนเข้ารับโปรแกรมทุกครั้ง
JUVGEN คือ อะไร? ช่วยแก้หลุมสิว ผิวร่องลึกได้จริงหรือ?
โปรแกรม JUVGEN คือโปรแกรมและเทคนิคดูแลหลุมสิวและร่องลึก โดยมีการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ร่วมกับกรดไฮยาลูโรนิกอนุภาคเล็ก (Hyaluronic Acid) เข้าไปใต้หลุมสิวโดยตรง เพื่อกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาเติมเต็มหลุมจากใต้ผิว ต่างจากการเติมฟิลเลอร์ที่เน้นเติมร่องให้เต็มเพียงชั่วคราว
โปรแกรม JUVGEN เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นจากเทคนิคของ Dr. Jin (Dr. Chin Se Hoon) ศัลยแพทย์ตกแต่งชื่อดังในประเทศเกาหลี ซึ่งให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูหลุมสิวจากต้นเหตุมากกว่าการกลบร่องเพียงชั่วคราว
ดูรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่ โปรแกรม JUVGEN SLC™

ทำไมหลุมสิวถึงรักษายาก
หลุมสิวรักษาให้เรียบเนียนได้ยาก เพราะไม่ได้เกิดจากผิวแห้งหรือขาดน้ำ แต่เกิดจากการที่ผิวสูญเสียเนื้อเยื่อและคอลลาเจนหลังการอักเสบของสิว ผิวบริเวณนั้นจึงยุบตัวลง ยิ่งไปกว่านั้น ใต้หลุมสิวหลายจุดยังมีพังผืดคอยดึงรั้งฐานผิวเอาไว้ ทำให้หลุมไม่ยอมตื้นขึ้น แม้จะบำรุงจากภายนอกมากแค่ไหนก็ตาม
ด้วยเหตุนี้ การดูแลหลุมสิวที่เห็นผลไม่ใช่แค่เติมเต็มที่ผิวชั้นบน จึงต้องจัดการทั้งพังผืดที่ดึงรั้ง และกระตุ้นให้ผิวสร้างเนื้อเยื่อใหม่ไปพร้อมกัน
โปรแกรม JUVGEN ทำงานอย่างไร?
โปรแกรม JUVGEN ทำงานด้วยการผสาน CO₂ และ HA เข้าด้วยกัน ผ่าน 3 กลไก โดยแพทย์จะประเมินและดูแลเจาะจงทีละหลุม
- กลไกทางกายภาพ (Physical) แรงดันจากก๊าซ CO₂ จะเข้าไปเซาะและตัดพังผืดใต้หลุมสิว โดยไม่ต้องใช้ใบมีด ผิวชั้นบนจึงไม่บอบช้ำ เมื่อพังผืดที่เคยรั้งฐานหลุมคลายตัว หลุมสิวบริเวณนั้นจึงมีโอกาสยกตัวขึ้น
- กลไกทางเคมี (Chemical) เมื่อ CO₂ กระจายอยู่ใต้ผิว จะช่วยเร่งการไหลเวียนเลือดและดึงออกซิเจนเข้าสู่บริเวณนั้นมากขึ้น เซลล์ผิวจึงตื่นตัวและเข้าสู่กระบวนการซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น
- กลไกทางชีวภาพ (Biological) HA อนุภาคเล็กที่เติมเข้าไปจะอยู่ประจำที่ฐานหลุม ช่วยป้องกันไม่ให้พังผืดกลับมายึดรั้งซ้ำ พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ให้หลุมค่อย ๆ ตื้นขึ้นตามกลไกของร่างกาย
ระบบสองห้อง (Dual Chamber) จะส่ง CO₂ และ HA เข้าสู่ตำแหน่งเดียวกันได้ตรงจุด ในปริมาณที่ควบคุมได้ละเอียดระดับไมโครลิตร แพทย์จึงดูแลเฉพาะจุดที่มีหลุมลึกหรือร่องลึกได้แม่นยำ

ดูรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่ โปรแกรม JUVGEN SLC™
Juvgen ช่วยรักษาหลุมสิวได้จริงไหม?
โปรแกรม JUVGEN ช่วยดูแลหลุมสิวได้หลายลักษณะ โดยเฉพาะหลุมสิวสองแบบที่มักตอบสนองได้ดี
- หลุมสิวแบบแอ่งกระทะ (Rolling Scar) มีลักษณะเป็นแอ่งโค้ง ขอบไม่ชัด และมักมีพังผืดแนวนอนดึงรั้งอยู่ใต้ผิว CO₂ จึงเข้าไปช่วยคลายพังผืดให้ฐานหลุมยกตัวขึ้นได้
- หลุมสิวแบบกล่อง (Boxcar Scar) ที่ขอบชัดและก้นแผลราบ การกระตุ้นคอลลาเจนที่ฐานหลุมช่วยให้ก้นแผลดูตื้นขึ้นได้

ในส่วนของ หลุมสิวแบบจิก (Ice Pick Scar) ที่ปากแคบและลึกถึงชั้นหนังแท้ การใช้โปรแกรม JUVGEN SLC™ มักต้องอาศัยเทคนิคอื่นร่วมด้วย และในหลายเคสที่มีพังผืดลึก แพทย์อาจพิจารณาการตัดพังผืด (Subcision) หรือเลเซอร์ปรับสภาพผิวควบคู่กันไป ผลลัพธ์จึงขึ้นอยู่กับสภาพหลุมของแต่ละคน การให้แพทย์ประเมินก่อนทุกครั้งจึงเป็นเรื่องสำคัญ
หมายเหตุ: ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล จำนวนครั้งและระยะเวลาที่เห็นผลแตกต่างกันไปในแต่ละคน
JUVGEN ต่างจากฟิลเลอร์ เลเซอร์ และ Subcision อย่างไร
หลายคนคุ้นเคยกับการเติมร่องลึกด้วยฟิลเลอร์ ซึ่งช่วยให้ผิวดูเต็มขึ้นทันที แต่โปรแกรม JUVGEN ทำงานด้วยหลักการที่ต่างออกไป ดังตาราง
| หัวข้อ | การเติมฟิลเลอร์ทั่วไป | โปรแกรม JUVGEN |
| หลักการ | เติมวอลุ่มเข้าไปในร่องลึกโดยตรง | กระตุ้นให้ผิวสร้างเนื้อเยื่อและคอลลาเจนใหม่ |
| จุดเด่น | เห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังเติม | ค่อย ๆ ฟื้นฟูจากใต้ผิว |
| ระยะของผล | มักอยู่ได้ระยะหนึ่งแล้วสลายไป | อยู่ได้ในระยะยาวแบบกึ่งถาวร |
ส่วนเลเซอร์ปรับสภาพผิวและการตัดพังผืด (Subcision) ก็มีกลไกต่างออกไป และเหมาะกับหลุมสิวคนละลักษณะ เลเซอร์เน้นเกลี่ยขอบหลุมและปรับพื้นผิว ส่วน Subcision เน้นตัดพังผืดที่ดึงรั้งฐานหลุมโดยตรง ในบางเคสแพทย์อาจพิจารณาใช้เทคนิคเหล่านี้ร่วมกับโปรแกรม JUVGEN เพื่อให้แผนการดูแลเหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคนมากขึ้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรม JUVGEN (FAQ)
โปรแกรม JUVGEN เจ็บไหม ต้องพักฟื้นนานไหม
โปรแกรม JUVGEN ใช้เข็มขนาดเล็ก ลงลึกถึงแค่ผิวชั้นหนังแท้ ความรู้สึกระหว่างทำจึงค่อนข้างน้อย หลังทำอาจมีตุ่มนูนเล็ก ๆ คล้ายยุงกัด หรือรอยแดงชั่วคราวในบริเวณที่ดูแล ซึ่งมักยุบลงได้เองภายในประมาณ 2–4 สัปดาห์ จึงไม่จำเป็นต้องพักฟื้นนาน
ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน
เมื่อผิวสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมา ผลลัพธ์มักอยู่ได้ในระยะยาวแบบกึ่งถาวร แต่ระยะเวลาที่เห็นผลขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล
หลายคนเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังอาการบวมยุบ ประมาณ 2–4 สัปดาห์ ส่วนหลุมที่ลึกอาจต้องดูแลมากกว่า 1 ครั้ง จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับความลึกและประเภทของหลุม ซึ่งแพทย์จะประเมินเป็นรายบุคคล
ทำโปรแกรม JUVGEN แล้วต้องตัดพังผืด (Subcision) ร่วมด้วยไหม
ขึ้นอยู่กับลักษณะหลุมสิวของแต่ละคน บางเคสแพทย์อาจพิจารณาเทคนิคอื่นร่วมด้วย เพื่อให้แผนการดูแลเหมาะกับสภาพผิว
สรุป โปรแกรม JUVGEN คืออะไร ทางเลือกใหม่ในการรักษาหลุมสิว
โปรแกรม JUVGEN คือทางเลือกในการดูแลหลุมสิว ร่องลึก และรอยแผลเป็นยุบตัว ด้วยการกระตุ้นให้ผิวสร้างเนื้อเยื่อใหม่จากใต้ผิว จุดเด่นอยู่ที่การดูแลจากต้นเหตุ แต่ก็ไม่ใช่วิธีที่เหมาะกับหลุมทุกแบบเสมอไป ทางที่ดีจึงควรให้แพทย์ประเมินสภาพผิวก่อน เพื่อออกแบบแนวทางที่เหมาะกับหลุมสิวของแต่ละคน






ดูรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่ โปรแกรม JUVGEN SLC™
หมายเหตุ: ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล แพทย์จะประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคลก่อนเข้ารับโปรแกรม บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่ผู้บริโภคเท่านั้น
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Call Center: +66 2 714 9555
Whatsapp: +66 96 116 0806
Facebook: SLCclinic
LINE: @SLChospital
📲 กดจองผ่าน SLC Booking คลิก! 📞 โทร +66 2 714 9555
รายการอ้างอิง
Chin, S. H., Burm, J. S., & Kim, Y. W. (2013). Selective dermal rejuvenation using intradermal injection of carbon dioxide and hyaluronic acid for facial wrinkles. Annals of plastic surgery, 70(6), 628–631. https://doi.org/10.1097/SAP.0b013e31823fa958











