2026 นี้ HIFU (ไฮฟู่) ยังคงเป็นหนึ่งในหัตถการยกกระชับผิวยอดนิยม โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่อยากดูอ่อนเยาว์แต่ไม่พร้อมผ่าตัด แถมยังมีเครื่องยกหน้าสำหรับใช้ที่บ้าน (at-home device) ออกมาเยอะขึ้น บางรุ่นโฆษณาว่าเป็นเครื่อง Mini HIFU ราคาไม่แพง ทำเองที่บ้านได้
แต่จริง ๆ แล้ว ทำ HIFU ที่บ้านได้ผลเหมือนที่คลินิกไหม? HIFU เหมาะกับใครบ้าง? ต่างกันตรงไหน? และควรเลือกไฮฟู่แบบไหนดี? บทความนี้จะพาไปรู้จัก HIFU แบบละเอียด เปรียบเทียบเครื่องที่บ้านกับการทำไฮฟู่ที่คลินิก พร้อมแนะนำ 3 โปรแกรม HIFU ที่ SLC Clinic และข้อมูลก่อนทำ-หลังทำที่ควรรู้ เพื่อให้เลือกได้อย่างมั่นใจว่าวิธีไหนเหมาะกับคุณที่สุด

HIFU (ไฮฟู่) คืออะไร? ทำไมถึงฮิต?
HIFU (ไฮฟู่) ย่อมาจาก High-Intensity Focused Ultrasound ซึ่งไม่ใช่ชื่อเครื่อง แต่เป็นชื่อเทคโนโลยี ที่ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความถี่สูงแบบโฟกัส หรือที่หลายคนเรียกกันว่า คลื่นอัลตร้าซาวน์ ซึ่งจะส่งพลังงานลงไปกระตุ้นชั้นผิวลึก โดยเฉพาะชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) เป็นชั้นเนื้อเยื่อเดียวกับที่ใช้ผ่าตัดดึงหน้า

HIFU จึงได้ผลยกกระชับใกล้เคียงผ่าตัด แต่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล และไม่ต้องพักฟื้น คลื่นเสียงจะสร้างความร้อนประมาณ 60-70 องศาเซลเซียสใต้ชั้นผิว ทำให้เนื้อเยื่อหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ผลลัพธ์คือผิวยกกระชับ เต่งตึง ดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก
เครื่องที่เป็น “HIFU” มีเครื่องอะไรบ้าง?
เครื่องที่ใช้เทคโนโลยี HIFU มีหลายยี่ห้อ เช่น Ultherapy ที่ใช้เทคโนโลยี MFU-V (Micro-Focused Ultrasound with Visualization) เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเฉพาะเพื่อความแม่นยำสูงสุดในการยกกระชับผิว นอกจากนี้ยังมี Ultraformer, Doublo และอื่นๆ โดยแต่ละยี่ห้อจะพัฒนาฟีเจอร์เพิ่มเติมต่างกันไป
สิ่งที่สำคัญคือระบบ Visualization หรือการมองเห็นชั้นผิว ช่วยให้แพทย์ส่องดูชั้นผิวแบบ real-time ขณะทำหัตถการ เห็นโครงสร้างใต้ผิว รวมถึงชั้น SMAS ได้ชัดเจน จึงยิงพลังงานได้แม่นยำมากขึ้น ตรงจุดที่ต้องการรักษา ลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา

เทคโนโลยี MFU-V จึงเป็นการใช้ HIFU ที่ได้ผลดี เพราะมองเห็นและควบคุมการส่งพลังงานได้แม่นยำที่สุด เครื่องยกหน้าใช้เองที่บ้านไม่มีระบบนี้
HIFU (ไฮฟู่) เหมาะกับใครบ้าง?
คนที่ควรทำ HIFU อาจจะเริ่มได้ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป ที่เริ่มมีสัญญาณผิวหย่อนคล้อย เพราะหลังอายุ 25 ปี ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนน้อยลงประมาณ 1-1.5% ต่อปี ทำ HIFU ตั้งแต่อายุยังน้อยช่วยป้องกันและชะลอสัญญาณแห่งวัยได้ดี
โดยเฉพาะคนที่มีมีปัญหาเหล่านี้:
- กรอบหน้าไม่ชัด เริ่มเบลอ หน้าดูกลม
- แก้มเริ่มหย่อน มีร่องแก้มตื้นๆ
- มีริ้วรอยรอบดวงตา ใต้ตา
- คางสองชั้น มีเหนียงใต้คาง
- อยากมีหน้าที่ยกกระชับ แต่ยังไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัดดึงหน้า หรือไม่อยากใช้เข็ม
- ไม่มีเวลาพักฟื้น ต้องการทำแล้วใช้หน้าได้เลย
สอนเลือกโปรแกรม HIFU ยกกระชับตามปัญหา
- ปัญหาหย่อนคล้อยน้อย: แนะนำ โปรแกรม MPT 4D Lift ทำเร็ว เจ็บน้อย เหมาะกับการป้องกันสัญญาณความหย่อนคล้ายก่อนวัย และยกกระชับปรับรูปหน้า
- ปัญหาหย่อนคล้อยปานกลาง: แนะนำ โปรแกรม Ultherapy SPT ได้ผลยกระชับเห็นชัด มองเห็นชั้นผิวแบบ real-time ขณะทำด้วยระบบ Visualization
- ปัญหาหย่อนปานกลางถึงมาก แต่กลัวเจ็บ: แนะนำ โปรแกรม Ultherapy Prime เวอร์ชันล่าสุด ทำเร็วกว่า เจ็บน้อยลง แต่ได้ผลดี

คนที่ไม่ควรทำ HIFU
- สตรีมีครรภ์ หรือให้นม
- มีโลหะฝังในบริเวณที่จะทำ หรือใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ
- มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด
- มีแผลหรือสิวอักเสบรุนแรงในบริเวณที่จะทำ
- เพิ่งฉีดฟิลเลอร์หรือร้อยไหม (ควรเว้น 2-4 สัปดาห์)
ข้อดีข้อเสีย HIFU ที่ควรรู้
ข้อดีของ HIFU
- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล – เป็นหัตถการแบบ non-invasive ไม่ต้องเจาะผิว ทำแล้วกลับไปใช้ชีวิตได้เลย
- เริ่มเห็นผลลัพธ์ – หลังทำรู้สึกว่าผิวกระชับขึ้น ผลลัพธ์จะยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ ใน 2-3 เดือนข้างหน้า เมื่อการสร้างคอลลาเจนทำงานเต็มที่
- ผลคงทนนาน – โดยทั่วไปอาจเห็นผลได้นาน 6-12 เดือน* โปรแกรม Ultherapy อาจอยู่ถึง 12-18 เดือนในคนที่ผิวยังมีความกระชับ*
- ทำซ้ำได้ – ทำซ้ำช่วยคงผลลัพธ์ได้ ยิ่งทำต่อเนื่องคอลลาเจนยิ่งสะสมมากขึ้น
- ทำได้หลายบริเวณ – ไม่ใช่แค่หน้า ยังทำได้ทั้งคอ เหนียง ต้นแขน ต้นขา
- ไม่เป็นอันตรายต่อดวงตา – เนื่องจากไม่ใช่เลเซอร์ จึงทำบริเวณใต้ตาและรอบดวงตาได้โดยตรง
ข้อเสียของ HIFU
- ผลลัพธ์ไม่ถาวร – ต้องทำซ้ำเพื่อคงผล ไม่เหมือนการผ่าตัดที่อยู่ได้หลายปี
- ต้องรอเห็นผลเต็มที่ – แม้เริ่มเห็นผลลัพธ์ แต่ผลที่ดีที่สุดอยู่ที่ช่วง 2-3 เดือน เมื่อการสร้างคอลลาเจนทำงานเต็มที่
- รู้สึกเจ็บระหว่างทำ – มีความแสบร้อนหรือเจ็บปานกลางใต้ผิวขณะยิงพลังงาน แต่ SLC Clinic มียาชาช่วยลดความเจ็บ พร้อมทั้งแพทย์ปรับระดับพลังงานตามความรู้สึกของคุณได้
- ไม่เหมาะกับปัญหาหนัก – ถ้าผิวหย่อนคล้อยมากหรือมีร่องลึกมาก อาจต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วย เช่น ฟิลเลอร์ หรือร้อยไหม
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
ทำ HIFU ที่บ้านได้จริงไหม? ต่างจากการทำที่คลินิกอย่างไร?
หลายคนสงสัยว่าเครื่องยกหน้าใช้เองที่บ้าน (บางรุ่นอาจถูกโฆษณาว่าเป็นเครื่อง Mini HIFU) ที่เห็นขายกันเยอะ ราคาหลักพัน มันต่างจากการทำที่คลินิกอย่างไร? มาดูความแตกต่างกัน
| เครื่องยกกระชับที่บ้าน | การทำที่คลินิก | |
| พลังงาน | ต่ำมาก (เพื่อความปลอดภัยเมื่อใช้ด้วยตัวเอง) | สูง ควบคุมพลังงานโดยแพทย์ |
| ความลึกที่ส่งพลังงานถึง | อาจถึงผิวชั้นนอกเท่านั้น | ลึกถึงชั้น SMAS (4.5 มม.) |
| ระบบ Visualization | ไม่มี | มีในโปรแกรม Ultherapy – แพทย์มองเห็นชั้นผิวแบบ real-time |
| ความแม่นยำ | ไม่สามารถควบคุมได้แม่นยำ | แพทย์ออกแบบจุดยิงตามปัญหา |
| ประสิทธิภาพ | บำรุงผิว Maintenance | ยกกระชับ เห็นผลลัพธ์ |
| ระยะเวลาที่เห็นผล | ต้องทำบ่อย อาจเห็นผลเล็กน้อย | เริ่มเห็นผลลัพธ์ |
| ผลคงทนนาน | 1-2 สัปดาห์ | 6-12 เดือน* |
| ความถี่ในการทำ | ขึ้นอยู่กับเครื่อง อาจทำอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ | ทำซ้ำทุก 6-12 เดือน |
| การประเมินโดยแพทย์ | ไม่มี | มี – ประเมินปัญหาและปรับแผนเฉพาะ |
| ความเสี่ยง | อาจใช้ผิดวิธี ยิงผิดจุด เครื่องไม่ได้มาตรฐาน ผิวไหม้ ผิวไม่สม่ำเสมอ | มีแพทย์ควบคุมพลังงาน สังเกตการณ์ผลลัพท์และผลข้างเคียง |
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
ความเสี่ยงจากเครื่อง HIFU ที่บ้าน
เครื่องยกหน้าใช้เองที่บ้าน แม้จะสะดวก แต่มีความเสี่ยงที่ควรระวัง:
- พลังงานไม่สม่ำเสมอ – อาจทำให้ผิวหน้าสองข้างไม่เท่ากัน
- ยิงผิดจุด – เนื่องจากไม่มีระบบ Visualization ไม่มองเห็นชั้นผิวได้
- เสี่ยงผิวไหม้ – หากใช้ผิดวิธีหรือใช้นานเกินไป
- ไม่มีแพทย์ประเมิน – อาจไม่เหมาะกับสภาพผิวบางคน
สรุป: ทำไฮฟู่เองที่บ้าน vs ทำกับแพทย์
เครื่องยกกระชับที่บ้านเหมาะกับคนที่ต้องการบำรุงผิวระดับผิวชั้นนอก ใช้เป็นประจำเพื่อรักษาสภาพผิว
แต่ถ้าต้องการแก้ตรงจุด—ยกกระชับผิวจริงๆ ลดความหย่อนคล้อย เห็นผลชัดเจน การทำ HIFU ที่คลินิกกับแพทย์คือคำตอบ
ที่สำคัญ การทำที่คลินิกมีแพทย์ประเมินสภาพผิว ออกแบบจุดยิงให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละคน และควบคุมระดับพลังงานให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดอย่างมีความเหมาะสม รวมถึงมีระบบ Visualization ช่วยให้ยิงพลังงานได้แม่นยำ เครื่องที่บ้านทำไม่ได้

เปรียบเทียบ 3 โปรแกรม HIFU ที่ SLC Clinic
SLC Clinic มีโปรแกรม HIFU ให้เลือก 3 แบบ แต่ละโปรแกรมมีจุดเด่นต่างกัน เลือกได้ตามปัญหาและความต้องการ
| คุณสมบัติ | โปรแกรม MPT 4D Lift | โปรแกรม Ultherapy SPT | โปรแกรม Ultherapy Prime |
| เทคโนโลยี | MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) พร้อม Micro-Pulse Technology (MPT) ยิงพลังงานเป็นเส้นตรง (Linear Mode) | MFU-V (Micro-Focused Ultrasound with Visualization) | MFU-V (Micro-Focused Ultrasound with Visualization) พัฒนา |
| ระยะเวลาการทำ(ขึ้นกับจำนวนไลน์ที่ใช้, ไม่รวมแปะยาชา) | 20-45 นาที | 30-60 นาที | 30-45 นาที(เวลาทำน้อยกว่า SPT 10%) |
| หน้าจอ Visualization | – | มี Real-time Visualization ส่องเห็นชั้นผิว | มี Real-time Visualization ส่องเห็นชั้นผิว Full HD ใหญ่กว่า 35% |
| ความเจ็บ | ปานกลาง | ค่อนข้างเจ็บ | เจ็บน้อยลงกว่า SPT ด้วยระบบประมวลผลที่เร็วกว่าเดิม |
| เริ่มเห็นผล | เริ่มเห็นผลลัพธ์ + เต็มที่ 3-6 เดือน | เริ่มเห็นผลลัพธ์ + เต็มที่ 2-3 เดือน | เริ่มเห็นผลลัพธ์ + เต็มที่ 2-3 เดือน |
| ผลคงทนนาน | 6-12 เดือน* | 12-18 เดือน* | 12-18 เดือน* |
| ควรทำซ้ำ | ทุก 3-6 เดือน | ทุก 12 เดือน | ทุก 12 เดือน |
| จุดเด่น | เน้นความเร็วและความคุ้มค่า | เน้นความแม่นยำสูงสุดด้วย Visualization | ที่สุดของเทคโนโลยี เจ็บน้อยและเร็วกว่า |
| เหมาะกับ | ปัญหาปานกลาง ต้องการทำเร็ว | ปัญหามาก ต้องการผลชัดเจน | ปัญหามาก แต่กลัวเจ็บ |
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
คุณควรเลือกโปรแกรมไหนดี?
เลือกโปรแกรม MPT 4D Lift ถ้าคุณ:
- มีปัญหาน้อย-ปานกลาง
- ต้องการทำเร็ว ไม่นาน
- อยากทำบำรุงสม่ำเสมอ (3-6 เดือน)
เลือกโปรแกรม Ultherapy SPT ถ้าคุณ:
- มีปัญหาความหย่อนคล้อยชัดเจน
- ต้องการระบบ Visualization เพื่อความแม่นยำ
- ต้องการผลลัพธ์ที่คงทนนานที่สุด
เลือกโปรแกรม Ultherapy Prime ถ้าคุณ:
- มีปัญหาย่อนคล้อยมาก แต่กลัวเจ็บ
- ต้องการระบบ Visualization จอ HD เพื่อความแม่นยำสูงสุด
- ต้องการทำหัตถการเร็วกว่า SPT
ทั้ง 3 โปรแกรมให้ผลยกกระชับที่ดี ความแตกต่างอยู่ที่เทคโนโลยี ระยะเวลาทำ ความเจ็บ และความถี่ในการทำซ้ำ แพทย์ที่ SLC Clinic จะช่วยประเมินและแนะนำโปรแกรมที่เหมาะกับคุณที่สุด
ก่อนทำและหลังทำ HIFU ต้องรู้อะไรบ้าง?
ก่อนทำ HIFU ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ – อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ เพราะอาจทำให้เกิดการบวมแดงมากขึ้นและรบกวนการสร้างคอลลาเจน
- งดยาบางชนิด – ยากลุ่มแอสไพริน หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด ควรหยุดก่อนทำ 1 สัปดาห์ (ปรึกษาแพทย์ก่อน)
- พักผ่อนให้เพียงพอ – เตรียมร่างกายให้พร้อม รับประทานอาหารครบ 5 หมู่
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด – ไม่ควรตากแดด อาบแดด หรือเข้าซาวน่า ก่อนทำประมาณ 1 สัปดาห์
- แจ้งแพทย์ – หากมีโรคประจำตัว ยาที่รับประทานอยู่ หรือเคยทำหัตถการอื่นๆ มาก่อน เพื่อให้ได้รับการออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสม
หลังทำ HIFU ควรดูแลตัวเองอย่างไร?
- ทากันแดดทุกวัน – SPF 30 ขึ้นไป ทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง เพื่อปกป้องผิวที่กำลังสร้างคอลลาเจนใหม่
- งดแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ – อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์หลังทำ เพราะจะไปทำลายคอลลาเจนที่กำลังสร้างขึ้นใหม่
- หลีกเลี่ยงการนวดแรงๆ – อย่านวด ขัด หรือสัมผัสแรงๆ บริเวณที่ยิงประมาณ 2 สัปดาห์
- ดื่มน้ำเยอะๆ – 2-3 ลิตรต่อวัน เพื่อช่วยกระบวนการฟื้นฟูผิว
- งดแสงแดดจัด – ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อให้การสร้างคอลลาเจนทำงานได้เต็มที่
- หากมีอาการผิดปกติ – เช่น บวม แดง หรือเจ็บมากผิดปกติ ควรติดต่อแพทย์ทันที
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ HIFU
ทำ HIFU เจ็บไหม?
มีความแสบร้อนหรือเจ็บปานกลางใต้ผิวขณะยิงพลังงาน (ประมาณ 4-6 จาก 10) แต่ที่ SLC Clinic มียาชาทาช่วยลดความเจ็บ พร้อมทั้งแพทย์ปรับระดับพลังงานตามความรู้สึกของคุณได้ ความเจ็บหายไปหลังทำเสร็จ ถือว่าทนได้สำหรับคนส่วนใหญ่
ทำ HIFU กี่วันเห็นผล?
เริ่มเห็นผลลัพธ์หลังทำเสร็จ ผิวรู้สึกตึงกระชับขึ้น และค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ จากการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจะเห็นชัดใน 2-3 เดือน เมื่อคอลลาเจนถูกสร้างครบ
HIFU ผลลัพธ์อยู่นานแค่ไหน?
โดยทั่วไป ผลลัพธ์อยู่นาน 6-12 เดือน* โปรแกรม Ultherapy อาจมีผลลัพธ์คงทนถึง 12-18 เดือนในคนที่ผิวยังมีความกระชับและอายุยังไม่มาก* ยิ่งทำซ้ำต่อเนื่อง คอลลาเจนยิ่งสะสมมากขึ้น
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
เครื่องยกกระชับที่บ้านต่างจากการทำที่คลินิกอย่างไร?
เครื่องที่บ้านมีพลังงานต่ำมาก ไม่ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ได้ ไม่มีระบบ Visualization และไม่มีแพทย์ประเมิน ได้ผลแค่บำรุงผิวชั้นนอก ต้องทำบ่อยมาก (2 ครั้ง/สัปดาห์) และผลลัพธ์อยู่แค่ 1-2 สัปดาห์ ส่วนการทำที่คลินิก รักษาจริงที่ต้นเหตุปัญหา เห็นผลชัดเจน ผลลัพธ์อยู่นาน 6-12 เดือน*
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
ควรทำ HIFU บ่อยแค่ไหน?
- โปรแกรม MPT 4D Lift: ทุก 3-6 เดือน หรือปีละ 1-2 ครั้ง
- โปรแกรม Ultherapy (SPT + Prime): ทุก 12 เดือน (คนผิวยังมีความกระชับอยู่ อาจทำทุก 18-24 เดือน)
ไม่ควรทำ HIFU บ่อยจนเกินไป เพราะต้องให้เวลาการสร้างคอลลาเจนทำงานเต็มที่
ทำ HIFU ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ งดยากลุ่มแอสไพริน พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด และแจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัวหรือเคยทำหัตถการอื่นมาก่อน
หลังทำ HIFU ห้ามทำอะไรบ้าง?
ห้ามนวดแรงๆ บริเวณที่ยิงประมาณ 2 สัปดาห์ ควรงดแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ 1-2 สัปดาห์ หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด และต้องทากันแดดทุกวัน ดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อช่วยกระบวนการฟื้นฟูผิว
ทำ HIFU 100 lines เห็นผลไหม?
เห็นผลในระดับหนึ่ง เหมาะกับยกกระชับเฉพาะจุดเล็กๆ เช่น เหนียง หรือกรอบหน้าบางส่วน แต่ถ้าต้องการเห็นผลทั่วหน้า ควรเริ่มที่ 300-600 lines ขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาและบริเวณที่ทำ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินจำนวน lines ที่เหมาะสม
ทำ HIFU ร่วมกับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์หรือโปรแกรมฉีดโบท็อกได้ไหม?
ได้ครับ แต่ควรมีการวางแผนลำดับการทำที่เหมาะสม โดยทั่วไปถ้าเพิ่งฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อก ควรเว้นระยะ 2-4 สัปดาห์ก่อนทำ HIFU หรือทำ HIFU ก่อน แล้วเว้นประมาณ 2 สัปดาห์ค่อยฉีดฟิลเลอร์/โบท็อก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด
เทคโนโลยี HIFU ต่างจากโปรแกรม ThermageSLC อย่างไร?
HIFU ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS เน้นยกกระชับ ส่วนโปรแกรม ThermageSLC ใช้คลื่นวิทยุ (RF) ทำงานในชั้นผิวตื้นกว่า เน้นกระชับผิว ทั้งสองมีจุดเด่นต่างกัน บางครั้งแพทย์อาจแนะนำให้ทำร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
คนท้องทำ HIFU ได้ไหม?
ไม่แนะนำ สตรีมีครรภ์หรือให้นมไม่ควรทำ HIFU เพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อทารก ควรรอจนคลอดและหยุดให้นมแล้วอย่างน้อย 3-6 เดือนก่อนเข้ารับการรักษา
หลังทำ HIFU หน้าบวมกี่วัน?
อาจมีอาการบวมเล็กน้อยหลังทำ โดยทั่วไปจะบวม 1-3 วันแรก ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและจำนวน lines ที่ยิง หลังจากนั้นจะค่อยๆ ยุบบวมและเห็นความกระชับมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าดูแลตัวเองดีตามคำแนะนำของแพทย์ อาการบวมจะยุบเร็วขึ้น
สรุป: การทำ HIFU ที่คลินิกคือคำตอบสำหรับการยกกระชับจริง
ถ้าคุณต้องการบำรุงผิว เครื่องยกกระชับที่บ้านเป็นทางเลือกที่สะดวกและประหยัด
แต่ถ้าต้องการแก้ปัญหาลึก ๆ —ยกกระชับผิวหย่อนคล้อย ลดเหนียง ปรับกรอบหน้าให้ชัด เห็นผลชัดเจน การทำ HIFU ที่คลินิกกับแพทย์คือสิ่งที่คุณต้องการ
ที่ SLC Clinic มี 3 โปรแกรม HIFU ให้เลือก—โปรแกรม MPT 4D Lift เน้นความเร็วและความคุ้มค่า, โปรแกรม Ultherapy SPT เน้นความแม่นยำสูงสุดด้วยเทคโนโลยี MFU-V, และ โปรแกรม Ultherapy Prime ยิงเร็ว ลืมเจ็บ ยกชัดทุกไลน์ แพทย์จะช่วยประเมินและแนะนำโปรแกรมที่เหมาะกับคุณ
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Call Center: +66 2 714 9555 WhatsApp: +66 96 116 0806 Facebook: SLCclinic
LINE: @SLChospital
รายการอ้างอิง
Pavicic, T., Ballard, J. R., Bykovskaya, T., Corduff, N., Hirano, C., Park, J. Y., Saromytskaya, A., Sevi, J., & Vasconcelos, S. (2022). Microfocused ultrasound with visualization: Consensus on safety and review of energy-based devices. Journal of cosmetic dermatology, 21(2), 636–647. https://doi.org/10.1111/jocd.14666
Amiri, M., Ajasllari, G., Llane, A., Casabona, G., Pavicic, T., Sevi, J., Spada, J., Vachiramon, V., Vasconcelos, R., Tuck Wah, S., Muka, T., & Fabi, S. G. (2025). Microfocused Ultrasound With Visualization (MFU-V) Effectiveness and Safety: A Systematic Review and Meta-Analysis. Aesthetic surgery journal, 45(3), NP86–NP94. https://doi.org/10.1093/asj/sjae228
Marquardt, K., Hartmann, C., Wegener, F., Park, J. Y., Halbert, D., Hsu, S., & Hengl, T. (2025). Microfocused Ultrasound With Visualization Induces Remodeling of Collagen and Elastin Within the Skin. Journal of cosmetic dermatology, 24(1), e16638. https://doi.org/10.1111/jocd.16638
Park, J. Y., Youn, S., Hong, W., Lee, K. C., & Kim, I. (2023). Treatment Protocol on Using Microfocused Ultrasound with Visualization for Skin Quality Improvement: The Korean Experience. Plastic and reconstructive surgery. Global open, 11(5), e5029. https://doi.org/10.1097/GOX.0000000000005029
Kwack, M. H., & Lee, W. J. (2023). Efficacy of a home-used high-intensity focused ultrasound device on wrinkle reduction. Skin research and technology : official journal of International Society for Bioengineering and the Skin (ISBS) [and] International Society for Digital Imaging of Skin (ISDIS) [and] International Society for Skin Imaging (ISSI), 29(1), e13266. https://doi.org/10.1111/srt.13266











