Open Daily : 10:00 - 20:00
Call center : 02-714-9555
Line ID : @SLChospital
SLC Online

HIFU ปี 2026 เหมาะกับใคร? ทำไฮฟู่ที่บ้านได้จริงหรอ?

2026 นี้ HIFU (ไฮฟู่) ยังคงเป็นหนึ่งในหัตถการยกกระชับผิวยอดนิยม โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่อยากดูอ่อนเยาว์แต่ไม่พร้อมผ่าตัด แถมยังมีเครื่องยกหน้าสำหรับใช้ที่บ้าน (at-home device) ออกมาเยอะขึ้น บางรุ่นโฆษณาว่าเป็นเครื่อง Mini HIFU ราคาไม่แพง ทำเองที่บ้านได้ 

แต่จริง ๆ แล้ว ทำ HIFU ที่บ้านได้ผลเหมือนที่คลินิกไหมHIFU เหมาะกับใครบ้างต่างกันตรงไหน? และควรเลือกไฮฟู่แบบไหนดี? บทความนี้จะพาไปรู้จัก HIFU แบบละเอียด เปรียบเทียบเครื่องที่บ้านกับการทำไฮฟู่ที่คลินิก พร้อมแนะนำ 3 โปรแกรม HIFU ที่ SLC Clinic และข้อมูลก่อนทำ-หลังทำที่ควรรู้ เพื่อให้เลือกได้อย่างมั่นใจว่าวิธีไหนเหมาะกับคุณที่สุด 

HIFU (ไฮฟู่คืออะไรทำไมถึงฮิต? 

HIFU (ไฮฟู่) ย่อมาจาก High-Intensity Focused Ultrasound ซึ่งไม่ใช่ชื่อเครื่อง แต่เป็นชื่อเทคโนโลยี ที่ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความถี่สูงแบบโฟกัส หรือที่หลายคนเรียกกันว่า คลื่นอัลตร้าซาวน์ ซึ่งจะส่งพลังงานลงไปกระตุ้นชั้นผิวลึก โดยเฉพาะชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) เป็นชั้นเนื้อเยื่อเดียวกับที่ใช้ผ่าตัดดึงหน้า 

ตัวอย่างการปล่อยพลังงานแบบ HIFU (หรือ Micro-Focused Ultrasound) เช่นโปรแกรม Ultherapy เมื่อเทียบกับหัตถการโปรแกรมอื่น ๆ รวมถึงหัตถการการดึงหน้า (Surgical Facelift)

HIFU จึงได้ผลยกกระชับใกล้เคียงผ่าตัด แต่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล และไม่ต้องพักฟื้น คลื่นเสียงจะสร้างความร้อนประมาณ 60-70 องศาเซลเซียสใต้ชั้นผิว ทำให้เนื้อเยื่อหดตัวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ผลลัพธ์คือผิวยกกระชับ เต่งตึง ดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ทำลายผิวชั้นนอก 

เครื่องที่เป็น “HIFU” มีเครื่องอะไรบ้าง? 

เครื่องที่ใช้เทคโนโลยี HIFU มีหลายยี่ห้อ เช่น Ultherapy ที่ใช้เทคโนโลยี MFU-V (Micro-Focused Ultrasound with Visualization) เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเฉพาะเพื่อความแม่นยำสูงสุดในการยกกระชับผิว นอกจากนี้ยังมี Ultraformer, Doublo และอื่นๆ โดยแต่ละยี่ห้อจะพัฒนาฟีเจอร์เพิ่มเติมต่างกันไป 

สิ่งที่สำคัญคือระบบ Visualization หรือการมองเห็นชั้นผิว ช่วยให้แพทย์ส่องดูชั้นผิวแบบ real-time ขณะทำหัตถการ เห็นโครงสร้างใต้ผิว รวมถึงชั้น SMAS ได้ชัดเจน จึงยิงพลังงานได้แม่นยำมากขึ้น ตรงจุดที่ต้องการรักษา ลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา 

เทคโนโลยี MFU-V (Micro-Focused Ultrasound with Visualization) ภายใต้ชื่อ DeepSEE® เป็นเทคโนโลยีการรวมการส่องความลึกของชั้นผิวด้วย Collimated Ultrasound (SEE) ก่อนที่จะปล่อยพลังงานที่ชั้นที่ต้องการด้วย Micro-Focused Ultrasound (TREAT)

เทคโนโลยี MFU-V จึงเป็นการใช้ HIFU ที่ได้ผลดี เพราะมองเห็นและควบคุมการส่งพลังงานได้แม่นยำที่สุด เครื่องยกหน้าใช้เองที่บ้านไม่มีระบบนี้ 

HIFU (ไฮฟู่เหมาะกับใครบ้าง? 

คนที่ควรทำ HIFU อาจจะเริ่มได้ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป ที่เริ่มมีสัญญาณผิวหย่อนคล้อย เพราะหลังอายุ 25 ปี ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนน้อยลงประมาณ 1-1.5% ต่อปี ทำ HIFU ตั้งแต่อายุยังน้อยช่วยป้องกันและชะลอสัญญาณแห่งวัยได้ดี 

โดยเฉพาะคนที่มีมีปัญหาเหล่านี้: 

  • กรอบหน้าไม่ชัด เริ่มเบลอ หน้าดูกลม 
  • แก้มเริ่มหย่อน มีร่องแก้มตื้นๆ 
  • มีริ้วรอยรอบดวงตา ใต้ตา 
  • คางสองชั้น มีเหนียงใต้คาง 
  • อยากมีหน้าที่ยกกระชับ แต่ยังไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัดดึงหน้า หรือไม่อยากใช้เข็ม 
  • ไม่มีเวลาพักฟื้น ต้องการทำแล้วใช้หน้าได้เลย 

สอนเลือกโปรแกรม HIFU ยกกระชับตามปัญหา 

  • ปัญหาหย่อนคล้อยน้อย: แนะนำ โปรแกรม MPT 4D Lift ทำเร็ว เจ็บน้อย เหมาะกับการป้องกันสัญญาณความหย่อนคล้ายก่อนวัย และยกกระชับปรับรูปหน้า 
  • ปัญหาหย่อนคล้อยปานกลาง: แนะนำ โปรแกรม Ultherapy SPT ได้ผลยกระชับเห็นชัด มองเห็นชั้นผิวแบบ real-time ขณะทำด้วยระบบ Visualization 
  • ปัญหาหย่อนปานกลางถึงมาก แต่กลัวเจ็บ: แนะนำ โปรแกรม Ultherapy Prime เวอร์ชันล่าสุด ทำเร็วกว่า เจ็บน้อยลง แต่ได้ผลดี 

คนที่ไม่ควรทำ HIFU 

  • สตรีมีครรภ์ หรือให้นม 
  • มีโลหะฝังในบริเวณที่จะทำ หรือใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ 
  • มีปัญหาการแข็งตัวของเลือด 
  • มีแผลหรือสิวอักเสบรุนแรงในบริเวณที่จะทำ 
  • เพิ่งฉีดฟิลเลอร์หรือร้อยไหม (ควรเว้น 2-4 สัปดาห์) 

ข้อดีข้อเสีย HIFU ที่ควรรู้ 

ข้อดีของ HIFU 

  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล – เป็นหัตถการแบบ non-invasive ไม่ต้องเจาะผิว ทำแล้วกลับไปใช้ชีวิตได้เลย 
  • เริ่มเห็นผลลัพธ์ – หลังทำรู้สึกว่าผิวกระชับขึ้น ผลลัพธ์จะยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ ใน 2-3 เดือนข้างหน้า เมื่อการสร้างคอลลาเจนทำงานเต็มที่ 
  • ผลคงทนนาน – โดยทั่วไปอาจเห็นผลได้นาน 6-12 เดือน* โปรแกรม Ultherapy อาจอยู่ถึง 12-18 เดือนในคนที่ผิวยังมีความกระชับ* 
  • ทำซ้ำได้ – ทำซ้ำช่วยคงผลลัพธ์ได้ ยิ่งทำต่อเนื่องคอลลาเจนยิ่งสะสมมากขึ้น 
  • ทำได้หลายบริเวณ – ไม่ใช่แค่หน้า ยังทำได้ทั้งคอ เหนียง ต้นแขน ต้นขา 
  • ไม่เป็นอันตรายต่อดวงตา – เนื่องจากไม่ใช่เลเซอร์ จึงทำบริเวณใต้ตาและรอบดวงตาได้โดยตรง 

ข้อเสียของ HIFU 

  • ผลลัพธ์ไม่ถาวร – ต้องทำซ้ำเพื่อคงผล ไม่เหมือนการผ่าตัดที่อยู่ได้หลายปี 
  • ต้องรอเห็นผลเต็มที่ – แม้เริ่มเห็นผลลัพธ์ แต่ผลที่ดีที่สุดอยู่ที่ช่วง 2-3 เดือน เมื่อการสร้างคอลลาเจนทำงานเต็มที่ 
  • รู้สึกเจ็บระหว่างทำ – มีความแสบร้อนหรือเจ็บปานกลางใต้ผิวขณะยิงพลังงาน แต่ SLC Clinic มียาชาช่วยลดความเจ็บ พร้อมทั้งแพทย์ปรับระดับพลังงานตามความรู้สึกของคุณได้ 
  • ไม่เหมาะกับปัญหาหนัก – ถ้าผิวหย่อนคล้อยมากหรือมีร่องลึกมาก อาจต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วย เช่น ฟิลเลอร์ หรือร้อยไหม 

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล 

ทำ HIFU ที่บ้านได้จริงไหม? ต่างจากการทำที่คลินิกอย่างไร? 

หลายคนสงสัยว่าเครื่องยกหน้าใช้เองที่บ้าน (บางรุ่นอาจถูกโฆษณาว่าเป็นเครื่อง Mini HIFU) ที่เห็นขายกันเยอะ ราคาหลักพัน มันต่างจากการทำที่คลินิกอย่างไร? มาดูความแตกต่างกัน 

 เครื่องยกกระชับที่บ้าน การทำที่คลินิก 
พลังงาน ต่ำมาก (เพื่อความปลอดภัยเมื่อใช้ด้วยตัวเอง) สูง ควบคุมพลังงานโดยแพทย์ 
ความลึกที่ส่งพลังงานถึง อาจถึงผิวชั้นนอกเท่านั้น ลึกถึงชั้น SMAS (4.5 มม.) 
ระบบ Visualization ไม่มี มีในโปรแกรม Ultherapy – แพทย์มองเห็นชั้นผิวแบบ real-time 
ความแม่นยำ ไม่สามารถควบคุมได้แม่นยำ แพทย์ออกแบบจุดยิงตามปัญหา 
ประสิทธิภาพ บำรุงผิว Maintenance ยกกระชับ เห็นผลลัพธ์ 
ระยะเวลาที่เห็นผล ต้องทำบ่อย อาจเห็นผลเล็กน้อย เริ่มเห็นผลลัพธ์ 
ผลคงทนนาน 1-2 สัปดาห์ 6-12 เดือน* 
ความถี่ในการทำ ขึ้นอยู่กับเครื่อง อาจทำอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ทำซ้ำทุก 6-12 เดือน 
การประเมินโดยแพทย์ ไม่มี มี – ประเมินปัญหาและปรับแผนเฉพาะ 
ความเสี่ยง อาจใช้ผิดวิธี ยิงผิดจุด เครื่องไม่ได้มาตรฐาน ผิวไหม้ ผิวไม่สม่ำเสมอ มีแพทย์ควบคุมพลังงาน สังเกตการณ์ผลลัพท์และผลข้างเคียง 

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล 

ความเสี่ยงจากเครื่อง HIFU ที่บ้าน 

เครื่องยกหน้าใช้เองที่บ้าน แม้จะสะดวก แต่มีความเสี่ยงที่ควรระวัง: 

  • พลังงานไม่สม่ำเสมอ – อาจทำให้ผิวหน้าสองข้างไม่เท่ากัน 
  • ยิงผิดจุด – เนื่องจากไม่มีระบบ Visualization ไม่มองเห็นชั้นผิวได้ 
  • เสี่ยงผิวไหม้ – หากใช้ผิดวิธีหรือใช้นานเกินไป 
  • ไม่มีแพทย์ประเมิน – อาจไม่เหมาะกับสภาพผิวบางคน 

สรุป: ทำไฮฟู่เองที่บ้าน vs ทำกับแพทย์ 

เครื่องยกกระชับที่บ้านเหมาะกับคนที่ต้องการบำรุงผิวระดับผิวชั้นนอก ใช้เป็นประจำเพื่อรักษาสภาพผิว 

แต่ถ้าต้องการแก้ตรงจุด—ยกกระชับผิวจริงๆ ลดความหย่อนคล้อย เห็นผลชัดเจน การทำ HIFU ที่คลินิกกับแพทย์คือคำตอบ 

ที่สำคัญ การทำที่คลินิกมีแพทย์ประเมินสภาพผิว ออกแบบจุดยิงให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละคน และควบคุมระดับพลังงานให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดอย่างมีความเหมาะสม รวมถึงมีระบบ Visualization ช่วยให้ยิงพลังงานได้แม่นยำ เครื่องที่บ้านทำไม่ได้ 

เปรียบเทียบ 3 โปรแกรม HIFU ที่ SLC Clinic 

SLC Clinic มีโปรแกรม HIFU ให้เลือก 3 แบบ แต่ละโปรแกรมมีจุดเด่นต่างกัน เลือกได้ตามปัญหาและความต้องการ 

คุณสมบัติ โปรแกรม MPT 4D Lift โปรแกรม Ultherapy SPT โปรแกรม Ultherapy Prime 
เทคโนโลยี MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) พร้อม Micro-Pulse Technology (MPT) ยิงพลังงานเป็นเส้นตรง (Linear Mode) MFU-V (Micro-Focused Ultrasound with Visualization) MFU-V (Micro-Focused Ultrasound with Visualization) พัฒนา 
ระยะเวลาการทำ(ขึ้นกับจำนวนไลน์ที่ใช้ไม่รวมแปะยาชา) 20-45 นาที 30-60 นาที 30-45 นาที(เวลาทำน้อยกว่า SPT 10%) 
หน้าจอ Visualization – มี Real-time Visualization ส่องเห็นชั้นผิว มี Real-time Visualization ส่องเห็นชั้นผิว Full HD ใหญ่กว่า 35% 
ความเจ็บ ปานกลาง ค่อนข้างเจ็บ เจ็บน้อยลงกว่า SPT 
ด้วยระบบประมวลผลที่เร็วกว่าเดิม 
เริ่มเห็นผล เริ่มเห็นผลลัพธ์ + เต็มที่ 3-6 เดือน เริ่มเห็นผลลัพธ์ + เต็มที่ 2-3 เดือน เริ่มเห็นผลลัพธ์ + เต็มที่ 2-3 เดือน 
ผลคงทนนาน 6-12 เดือน* 12-18 เดือน* 12-18 เดือน* 
ควรทำซ้ำ ทุก 3-6 เดือน ทุก 12 เดือน ทุก 12 เดือน 
จุดเด่น เน้นความเร็วและความคุ้มค่า เน้นความแม่นยำสูงสุดด้วย Visualization ที่สุดของเทคโนโลยี เจ็บน้อยและเร็วกว่า 
เหมาะกับ ปัญหาปานกลาง ต้องการทำเร็ว ปัญหามาก ต้องการผลชัดเจน ปัญหามาก แต่กลัวเจ็บ 

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล 

คุณควรเลือกโปรแกรมไหนดี? 

เลือกโปรแกรม MPT 4D Lift ถ้าคุณ: 

  • มีปัญหาน้อย-ปานกลาง 
  • ต้องการทำเร็ว ไม่นาน 
  • อยากทำบำรุงสม่ำเสมอ (3-6 เดือน) 

เลือกโปรแกรม Ultherapy SPT ถ้าคุณ: 

  • มีปัญหาความหย่อนคล้อยชัดเจน 
  • ต้องการระบบ Visualization เพื่อความแม่นยำ 
  • ต้องการผลลัพธ์ที่คงทนนานที่สุด 

เลือกโปรแกรม Ultherapy Prime ถ้าคุณ: 

  • มีปัญหาย่อนคล้อยมาก แต่กลัวเจ็บ 
  • ต้องการระบบ Visualization จอ HD เพื่อความแม่นยำสูงสุด 
  • ต้องการทำหัตถการเร็วกว่า SPT 

ทั้ง 3 โปรแกรมให้ผลยกกระชับที่ดี ความแตกต่างอยู่ที่เทคโนโลยี ระยะเวลาทำ ความเจ็บ และความถี่ในการทำซ้ำ แพทย์ที่ SLC Clinic จะช่วยประเมินและแนะนำโปรแกรมที่เหมาะกับคุณที่สุด 

ก่อนทำและหลังท HIFU ต้องรู้อะไรบ้าง? 

ก่อนทำ HIFU ต้องเตรียมตัวอย่างไร? 

  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ – อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ เพราะอาจทำให้เกิดการบวมแดงมากขึ้นและรบกวนการสร้างคอลลาเจน 
  • งดยาบางชนิด – ยากลุ่มแอสไพริน หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด ควรหยุดก่อนทำ 1 สัปดาห์ (ปรึกษาแพทย์ก่อน) 
  • พักผ่อนให้เพียงพอ – เตรียมร่างกายให้พร้อม รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ 
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด – ไม่ควรตากแดด อาบแดด หรือเข้าซาวน่า ก่อนทำประมาณ 1 สัปดาห์ 
  • แจ้งแพทย์ – หากมีโรคประจำตัว ยาที่รับประทานอยู่ หรือเคยทำหัตถการอื่นๆ มาก่อน เพื่อให้ได้รับการออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสม 

หลังทำ HIFU ควรดูแลตัวเองอย่างไร? 

  • ทากันแดดทุกวัน – SPF 30 ขึ้นไป ทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง เพื่อปกป้องผิวที่กำลังสร้างคอลลาเจนใหม่ 
  • งดแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ – อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์หลังทำ เพราะจะไปทำลายคอลลาเจนที่กำลังสร้างขึ้นใหม่ 
  • หลีกเลี่ยงการนวดแรงๆ – อย่านวด ขัด หรือสัมผัสแรงๆ บริเวณที่ยิงประมาณ 2 สัปดาห์ 
  • ดื่มน้ำเยอะๆ – 2-3 ลิตรต่อวัน เพื่อช่วยกระบวนการฟื้นฟูผิว 
  • งดแสงแดดจัด – ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อให้การสร้างคอลลาเจนทำงานได้เต็มที่ 
  • หากมีอาการผิดปกติ – เช่น บวม แดง หรือเจ็บมากผิดปกติ ควรติดต่อแพทย์ทันที 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ HIFU 

ทำ HIFU เจ็บไหม? 

มีความแสบร้อนหรือเจ็บปานกลางใต้ผิวขณะยิงพลังงาน (ประมาณ 4-6 จาก 10) แต่ที่ SLC Clinic มียาชาทาช่วยลดความเจ็บ พร้อมทั้งแพทย์ปรับระดับพลังงานตามความรู้สึกของคุณได้ ความเจ็บหายไปหลังทำเสร็จ ถือว่าทนได้สำหรับคนส่วนใหญ่ 

ทำ HIFU กี่วันเห็นผล? 

เริ่มเห็นผลลัพธ์หลังทำเสร็จ ผิวรู้สึกตึงกระชับขึ้น และค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ จากการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจะเห็นชัดใน 2-3 เดือน เมื่อคอลลาเจนถูกสร้างครบ 

HIFU ผลลัพธ์อยู่นานแค่ไหน? 

โดยทั่วไป ผลลัพธ์อยู่นาน 6-12 เดือน* โปรแกรม Ultherapy อาจมีผลลัพธ์คงทนถึง 12-18 เดือนในคนที่ผิวยังมีความกระชับและอายุยังไม่มาก* ยิ่งทำซ้ำต่อเนื่อง คอลลาเจนยิ่งสะสมมากขึ้น 

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล 

เครื่องยกกระชับที่บ้านต่างจากการทำที่คลินิกอย่างไร? 

เครื่องที่บ้านมีพลังงานต่ำมาก ไม่ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ได้ ไม่มีระบบ Visualization และไม่มีแพทย์ประเมิน ได้ผลแค่บำรุงผิวชั้นนอก ต้องทำบ่อยมาก (2 ครั้ง/สัปดาห์) และผลลัพธ์อยู่แค่ 1-2 สัปดาห์ ส่วนการทำที่คลินิก รักษาจริงที่ต้นเหตุปัญหา เห็นผลชัดเจน ผลลัพธ์อยู่นาน 6-12 เดือน* 

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล 

ควรทำ HIFU บ่อยแค่ไหน? 

  • โปรแกรม MPT 4D Lift: ทุก 3-6 เดือน หรือปีละ 1-2 ครั้ง 
  • โปรแกรม Ultherapy (SPT + Prime): ทุก 12 เดือน (คนผิวยังมีความกระชับอยู่ อาจทำทุก 18-24 เดือน) 

ไม่ควรทำ HIFU บ่อยจนเกินไป เพราะต้องให้เวลาการสร้างคอลลาเจนทำงานเต็มที่ 

ทำ HIFU ต้องเตรียมตัวอย่างไร? 

ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ งดยากลุ่มแอสไพริน พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด และแจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัวหรือเคยทำหัตถการอื่นมาก่อน 

หลังทำ HIFU ห้ามทำอะไรบ้าง? 

ห้ามนวดแรงๆ บริเวณที่ยิงประมาณ 2 สัปดาห์ ควรงดแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ 1-2 สัปดาห์ หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด และต้องทากันแดดทุกวัน ดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อช่วยกระบวนการฟื้นฟูผิว 

ทำ HIFU 100 lines เห็นผลไหม? 

เห็นผลในระดับหนึ่ง เหมาะกับยกกระชับเฉพาะจุดเล็กๆ เช่น เหนียง หรือกรอบหน้าบางส่วน แต่ถ้าต้องการเห็นผลทั่วหน้า ควรเริ่มที่ 300-600 lines ขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาและบริเวณที่ทำ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินจำนวน lines ที่เหมาะสม 

ทำ HIFU ร่วมกับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์หรือโปรแกรมฉีดโบท็อกได้ไหม? 

ได้ครับ แต่ควรมีการวางแผนลำดับการทำที่เหมาะสม โดยทั่วไปถ้าเพิ่งฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อก ควรเว้นระยะ 2-4 สัปดาห์ก่อนทำ HIFU หรือทำ HIFU ก่อน แล้วเว้นประมาณ 2 สัปดาห์ค่อยฉีดฟิลเลอร์/โบท็อก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด 

เทคโนโลยี HIFU ต่างจากโปรแกรม ThermageSLC อย่างไร? 

HIFU ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS เน้นยกกระชับ ส่วนโปรแกรม ThermageSLC ใช้คลื่นวิทยุ (RF) ทำงานในชั้นผิวตื้นกว่า เน้นกระชับผิว ทั้งสองมีจุดเด่นต่างกัน บางครั้งแพทย์อาจแนะนำให้ทำร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด 

คนท้องทำ HIFU ได้ไหม? 

ไม่แนะนำ สตรีมีครรภ์หรือให้นมไม่ควรทำ HIFU เพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อทารก ควรรอจนคลอดและหยุดให้นมแล้วอย่างน้อย 3-6 เดือนก่อนเข้ารับการรักษา 

หลังทำ HIFU หน้าบวมกี่วัน? 

อาจมีอาการบวมเล็กน้อยหลังทำ โดยทั่วไปจะบวม 1-3 วันแรก ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและจำนวน lines ที่ยิง หลังจากนั้นจะค่อยๆ ยุบบวมและเห็นความกระชับมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าดูแลตัวเองดีตามคำแนะนำของแพทย์ อาการบวมจะยุบเร็วขึ้น 

สรุป: การทำ HIFU ที่คลินิกคือคำตอบสำหรับการยกกระชับจริง 

ถ้าคุณต้องการบำรุงผิว เครื่องยกกระชับที่บ้านเป็นทางเลือกที่สะดวกและประหยัด 

แต่ถ้าต้องการแก้ปัญหาลึก ๆ —ยกกระชับผิวหย่อนคล้อย ลดเหนียง ปรับกรอบหน้าให้ชัด เห็นผลชัดเจน การทำ HIFU ที่คลินิกกับแพทย์คือสิ่งที่คุณต้องการ 

ที่ SLC Clinic มี 3 โปรแกรม HIFU ให้เลือก—โปรแกรม MPT 4D Lift เน้นความเร็วและความคุ้มค่า, โปรแกรม Ultherapy SPT เน้นความแม่นยำสูงสุดด้วยเทคโนโลยี MFU-V, และ โปรแกรม Ultherapy Prime ยิงเร็ว ลืมเจ็บ ยกชัดทุกไลน์ แพทย์จะช่วยประเมินและแนะนำโปรแกรมที่เหมาะกับคุณ 

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 

Call Center: +66 2 714 9555 
WhatsApp: +66 96 116 0806 
Facebook: SLCclinic 
 
LINE: @SLChospital 

รายการอ้างอิง 

Pavicic, T., Ballard, J. R., Bykovskaya, T., Corduff, N., Hirano, C., Park, J. Y., Saromytskaya, A., Sevi, J., & Vasconcelos, S. (2022). Microfocused ultrasound with visualization: Consensus on safety and review of energy-based devices. Journal of cosmetic dermatology, 21(2), 636–647. https://doi.org/10.1111/jocd.14666 

Amiri, M., Ajasllari, G., Llane, A., Casabona, G., Pavicic, T., Sevi, J., Spada, J., Vachiramon, V., Vasconcelos, R., Tuck Wah, S., Muka, T., & Fabi, S. G. (2025). Microfocused Ultrasound With Visualization (MFU-V) Effectiveness and Safety: A Systematic Review and Meta-Analysis. Aesthetic surgery journal, 45(3), NP86–NP94. https://doi.org/10.1093/asj/sjae228  
 
Marquardt, K., Hartmann, C., Wegener, F., Park, J. Y., Halbert, D., Hsu, S., & Hengl, T. (2025). Microfocused Ultrasound With Visualization Induces Remodeling of Collagen and Elastin Within the Skin. Journal of cosmetic dermatology, 24(1), e16638. https://doi.org/10.1111/jocd.16638  
 
Park, J. Y., Youn, S., Hong, W., Lee, K. C., & Kim, I. (2023). Treatment Protocol on Using Microfocused Ultrasound with Visualization for Skin Quality Improvement: The Korean Experience. Plastic and reconstructive surgery. Global open, 11(5), e5029. https://doi.org/10.1097/GOX.0000000000005029  
 
Kwack, M. H., & Lee, W. J. (2023). Efficacy of a home-used high-intensity focused ultrasound device on wrinkle reduction. Skin research and technology : official journal of International Society for Bioengineering and the Skin (ISBS) [and] International Society for Digital Imaging of Skin (ISDIS) [and] International Society for Skin Imaging (ISSI), 29(1), e13266. https://doi.org/10.1111/srt.13266  

บทความที่เกี่ยวข้อง