HomeHome PromotionPromotion VouchersVouchers ServicesServices LINE Official AccountLINE Official

SEARCH

Recommend Keywords : Product Code , Product Name

Articles
ลดน้ำหนักด้วยการทำ IF งดอาหารยังไงให้ผอม แต่หุ่นยังเฟิร์ม?
16 เม.ย 2564 17:05 น. | เปิดอ่าน 2,173

ลดน้ำหนักด้วยการทำ IF งดอาหารยังไงให้ผอม แต่หุ่นยังเฟิร์ม?


 

วิธีลดน้ำหนักฉบับคนขี้เกียจออกกำลังกาย
ด้วย IF อดอาหารยังไงให้ผอม

เรามีคำตอบมาให้ ผอมจริง ปลอดภัย ทำยังไงมาดูกันเลย
 

การกินอาหารแบบจำกัดช่วงเวลา โดยจะแบ่งเวลาการกินออกเป็น 2 ช่วง คือช่วงอด (Fasting) | ช่วงกิน (Feeding)

IF คืออะไร Intermittent Fasting

IF ย่อมาจาก Intermittent Fasting เป็นวิธีการลดน้ำหนักสุดฮิต วิธีที่มีมานาน และยังฮอตฮิตอยู่ในปัจจุบัน การลดน้ำหนักแบบจำกัดช่วงเวลาการกินโดยนับเป็นช่วงเวลา ช่วงกิน เรียกว่า Feeding และช่วงเวลางดการกิน เรียกว่า Fasting ซึ่งในช่วงเวลาที่เราอดอาหารร่างกายจะดึงไขมันสะสมออกมาใช้ โดยเวลาที่คนนิยมกินคือ 8 ชั่วโมง และ 16 ชั่วโมง

 

ทำไมทำ IF แล้วผอม

หลักของการทำ IF คือ ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย เมื่อไขมันที่สะสมถูกเผาผลาญ ไขมันก็จะลดลง น้ำหนักลดลง รูปร่างดีขึ้น โดยช่วงที่เราอดอาหาร ระดับน้ำตาลในเลือด หรือระดับ อินซูลินจะลดลง ระดับของ โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) เพิ่มขึ้น ซึ่งการอดอาหารระยะสั้น จะช่วยเร่งการเพิ่มการเผาผลาญของร่างกายได้มากสูงสุดถุง 14% และยังช่วยลดไขมันสะสมรอบเอว ลดไขมันไม่ดีออกไป โดยไม่ทำให้ร่างกายไม่สูญเสียมวลกล้ามเนื้อเหมือนกับการอดอาหารเพื่อลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่อง


ทำ IF แล้วดียังไง 

ประโยชน์ของ IF นอกจากจะช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนักแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการลดไขมันในเลือดได้โดยตรงอีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยลดการอักเสบของร่างกาย ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ เบาหวาน ความดัน ความอ้วน มะเร็ง และยังช่วยให้ระบบความจำและสมองทำงานได้ดีขึ้น รวมไปถึงระบบภูมิคุ้มกันต่างๆ ของร่างกายและสุขภาพดีขึ้น

ประโยชน์ของการลดน้ำหนักแบบ IF

  • ร่างกายดึงเอาไขมันสะสมมาใช้ ช่วยระบบการเผาผลาญดีขึ้น

  • ลดไขมันในเลือด

  • ลดไตรกลีเซอไรด์ LDL

  • เพิ่มความจำ  ป้องกันนการเป็นอัลไซเมอร์ 

  • ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายดีขึ้น

  • ลดความเสี่้ยงโรคภัยต่างๆ

  • อายุยืน สุขภาพดี

เลือกทำ IF แบบไหนดี

หลายคนยังงงๆว่า เราจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี จะกินตอนไหน อดตอนไหน ผลลัพธ์และวิธีทำต่างกันไหม เรามีมาให้เลือกทำกันถึง 6 วิธี 

วิธีฮิตสุดของการทำ IF ใส่ภาพ อด 16 ชม. กิน 8 ชม.

1.Lean Gains วิธีแรกเป็นวิธีฮอตฮิตสุด เพราะเหล่าคนดังอย่าง นิโคล คิดแมน หรือ มิแรนด้า เคอร์ ก็ใช้สูตรนี้กัน นั่นคือ สูตร 16:8 วิธีการคือ อดอาหาร 16 ชั่วโมง และ กินอาหารเพียง 8 ชั่วโมง เท่านั้น หรือจะใช้หลัก 14:10 ก็ได้เช่นกัน อาอาหาร 14 ชั่วโมง แล้วกินเพียง 10 ชั่วโมง พอทำได้สักระยะให้ร่างกายเกิดความคุ้นชินแล้ว ค่อยๆเริ่มปรับชั่วโมงอดอาหารให้มากขึ้น ซึ่งเราจะเริ่มเวลาไหนก็ได้ตามความสะดวกและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ได้เลย
ยกตัวอย่าง การอดอาหาร 16:8 เริ่มกินอาหารตอน 12.00 น. ไปจนถึง 20.00 น. ในระหว่างช่วงเวลานี้เราสามารถกินอาหารได้ตามปกติ ตามจำนวนแคลอรี่ที่ร่างกายต้องการ แต่หลังจาก 2 ทุ่มไปแล้ว จะไม่สามารถกินอาาหารได้อีก จนกว่าจะครบกำหนด 16 ชั่วโมง นั่นเองค่ะ
 
 
2.Fast 5 อันนี้จะโหดจากข้อแรกขึ้นมาซักนิด คือ การใช้หลัก 5:19 อดอาหารเป็นเวลา 19 ชั่วโมง และสามารถกินอาหารได้เพียงวันละ 5 ชั่วโมงเท่านั้น 
 
3.Eat Stop Eat เป็นการกินแบบอดอาหาร 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ และในวันปกติสามารถกินอาหารได้ตามจำนวนแคลอรี่ที่เหมาะสมต่อวันตามจำนวนร่างกายที่จะได้รับในแต่ละวัน ซึ่งวิธีนี้ขอบอกเลยว่า ไม่เหมาะกับคนหัดทำ IF เพราะจะทำให้อารมณ์แปรปรวน และอาจส่งผลทำให้วันถัดไปหลังจากการอดอาหาร มีอาการโหยมากขึ้น กินเยอะมากขึ้นค่ะ
 
4.วิธี 5:2 คือ การกินแบบปกติ 5 วัน และอดเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งในช่วงระยะ 2 วันที่อดนั้น จะเลือกระยะเวลาแบบติดกันหรือห่างกันก็ได้ แต่สำหรับวิธีนี้ การอดไม่ได้หมายถึงการไม่กินอะไรเลย แต่จะใช้วิธีการกินให้น้อยลง โดยประมาณที่กินเข้าไปนั้น จะอยู่ประมาณ 1/4 ของแคลอรี่ต่อวัน หรือประมาณ 500 แคลอรี่ต่อวันนั่นเองค่ะ



5.วิธีต่อมาคือ Warrior Diet เป็นการกินแบบอด 20 ชั่วโมง และกิน 4 ชั่วโมง หรือกินมื้อเย็นทีเดียวรอบเดียวต่อวัน แต่ต้องอยู่ในระยะเวลา 4 ชั่วโมง โดยอาหารที่กินเข้าไปจะเน้นเป็นประเภทโปรตีนและผัก ส่วนช่วงที่อดนั้นสามารถดื่มหรือกินอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำแทน
 
6.มาถึงวิธีสุดท้าย ที่ขอบอกเลยว่าโหดสุด ADF (Alternate Day Fasting) คือ การกินอาหารแบบวันเว้นวัน กินอาหาร 1 วัน และอดอาหารอีก 1 วัน สลับกัน แต่ในช่วงวันที่อดอาหารนั้น เราจะสามารถกินอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำใรปริมาณน้อยเท่านั้น
 
*สำหรับการเลือกใช้วิธีที่ 3-6 นั้น การอดไม่ได้หมายถึงการไม่กินอะไรเลย แต่เราสามารถกินอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ ปริมาณน้อยได้ ซึ่งมีการทำวิจัยไว้แล้วว่า การลดจำนวนอาหารที่กินลงในบ้างวัน จะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการอดอาหารไปเลย

*ช่วงเวลาที่อดอาหารนั้น เราสามารถดื่มน้ำเปล่า,ชา,กำแฟดำ,เครื่องดื่มแคลอรี่ต่ำได้

ในส่วนของอาหารที่คนลดน้ำหนักวิธี IF จะเลือกกินนั้น จะเป็นการกินแบบ LCHF (Low Carb High Fat) ซึ่งวิธีกินแบบนี้จะช่วยให้เราผอมได้เร็วขึ้น หลักการคือ  Low Carbohydrate หรือที่เรียกกันติดปากว่า โลว์คราบ คือ การกินอาหารที่ลดน้ำตาล แป้งขัดขาว ทำควบคู่กับการกินแบบ  High Fat คือ การกินไขมันดีจากธรรมชาติ เช่น ถั่ว น้ำมันมะกอก อะโวคาโด เป็นต้น

LCHF : Low Carb High Fat คืออะไร

  • การกินอาหารที่ลดน้ำตาล เช่น น้ำหวาน แป้งขัดขาว  

  • กินคาร์บโบไฮเดรต เพียง 50 กรัมต่อวัน

  • กินไขมันดีจากธรรมชาติ เช่น กะทิ น้ำมันงา มะพร้าว อะโวคาโด 

 

IF ไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน  

การลดน้ำหนักด้วยวิธีการ IF นั้นไม่ได้เหมาะกับทุกคน สำหรับคนที่ไม่ควรทำ เช่น ผู้ที่ขาดสารอาหาร, เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และ หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

อดอาหารแบบ IF ส่งผลเสียต่อสุขภาพไหม? 

จริงๆ แล้วการลดน้ำหนักที่ดีไม่ควรอดอาหารเลย เพราะจะทำให้ร่างกายเกิดอาการโยโย่เอฟเฟกต์ได้ แต่สำหรับการอดอาหารด้วยวิธีการทำ IF นั้น จะแตกต่างจากการอดอาหารแบบปกติทั่วๆไป คือ เป็นการจำกัดช่วงเวลากินเท่านั้น  การงดอาหารตามเวลาที่กำหนดไว้ จะช่วยให้ในเรื่องของการลดน้ำหนัก ลดอาหารที่ต้องกินในแต่ละวัน ลดปริมาณแคลอรี่ ซึ่งจะส่งผลต่อน้ำหนักและไขมันหน้าท้องที่สะสมไว้ลดลง อีกทั้งยังช่วยลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน  (Insulin resistance) จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ถึง 3-6% ซึ่งการที่ระดับอินซูลินลดลง ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องของโรคเบาหวานด้วยเช่นกัน และยังช่วยลดในเรื่องของไขมันในเลือด ลอคอเลสเตอรอล เป็นสาเหตุของโรคอ้วน โรคหัวใจ และไขมันอุดตัน ก็จะส่งผลให้เรามีสุขภาพดีที่ขึ้นค่ะ



การลดน้ำหนักที่ดี ไม่ใช่เพียงแค่น้ำหนักของตัวเลขที่ลดลงเท่านั้น แต่รวมไปถึงการลดปริมาณไขมันในร่างกายลงด้วย ซึ่งหากเราเลือกใช้วิธีการลดน้ำหนักแบบ IF เป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักและไขมันลง แต่อยากมีหุ่นที่เฟิร์มกระชับ เราจำเป็นต้องเสริมสร้างกล้ามเนื้อเพื่อเป็นตัวช่วยในการเร่งการเผาผลาญไขมัน และยังช่วยให้รูปร่างเฟิร์มกระชับ ไม่หย่อน ไม่ย้วย

สิ่งที่ทำควบคู่ไปกับการลดน้ำหนักแบบ IF ที่จะได้รูปร่างที่ดี ในแบบฉบับคนไม่มีเวลา คือ การทำ Tesla ควบคู่ไปด้วย เพราะเครื่อง Tesla นี้ เป็นนวัตกรรมในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อโดยใช้คลื่นพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า Functional  Magnetic Stimulation (FMS) เข้าไปทำการกระตุ้นกล้ามเนื้อให้เกิดการหดเกร็งอย่างเป็นจังหวะ ซึ่งเมื่อกล้ามเนื้อได้ถูกกระตุ้นก็เสมือนการได้ออกกำลังกายประเภทเวทเทรนนิ่ง (Weight Training) ทำให้เกิดแรงต้าน เพื่อสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาทดแทนในจุดที่ไขมันลดลงไปนั่นเองค่ะ

โดยที่ SLC Clinic เราเป็นผู้นำเข้าเครื่อง Tesla เปิดตัวเป็นที่แรกในไทยเป็นเจ้าแรก ซึ่งเครื่อง Tesla เป็นเทคโนโลยีระดับ Medical Grade ที่ถูกใช้ในทางการแพทย์ชั้นนำระดับโลก และได้รับการรับรองมาตรฐานระบบคุณภาพ TGA จากประเทศออสเตรเลีย (Therapeutic Goods Administration) 

 
พิเศษ! เดือนนี้ SLC Clinic เรามีโปรโมชั่นสำหรับการทดลองทำเครื่อง Tesla เสริมสร้างกล้ามเนื้อ ปั้นหุ่นสวยเฟิร์มกระชับ ราคาเริ่มต้นเพียง 1,950 บาท



นอกจากการลดน้ำหนักด้วยการทำ IF และการเสริมสร้างกล้ามเนื้อด้วย Tesla แล้ว ไขมันที่ลดลงไป แต่อาจจะลดลงไม่หมด เรามีอีกหนึ่งตัวช่วยในการกำจัดไขมันส่วนเกิน ฆ่าไขมันได้ลึกถึงระดับเซลล์ จุดไหนที่ว่าลดยาก ไขมันดื้อ ไขมันสะสม อยู่กับร่างกายมานาน ต้องลองนวัตกรรมนี้เลย Fat Killer สลายไขมันด้วยความเย็น กำจัดไขมันได้ทุกส่วน แม้ในจุดที่ยากจะเข้าถึง

โปรโมชั่นสุดพิเศษ FAT KILLER “สลายไขมันด้วยความเย็น” ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น คืนหุ่นสวย สุดปังได้ดั่งใจ เริ่มต้นเพียง 4,900.-

 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Call Center : +66 2 714 9555

Whatsapp : +66 96 116 0806

Facebook : SLCclinic

Skype : SLCclinic

LINE : @SLCclinic

เพิ่มเพื่อน

Related Articles

เว็บไซต์นี้ มีการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีสำหรับคุณ
หากคุณยังคงใช้งานบนเว็บไซต์ต่อ หรือปิดข้อความนี้ลง เราถือว่าคุณยอมรับใน นโยบายความเป็นส่วนตัว