Open Daily : 10:00 - 20:00
Call center : 02-714-9555
Line ID : @SLChospital
SLC Online

Needle RF เปลี่ยนหลุมสิว เป็นผิวสวย


          บำรุงเท่าไร ถมครีมมากมาย ผิวที่เป็นหลุมก็ไม่เต็ม ไม่ตื้นขึ้นสักที!! สำหรับปัญหาผิวหลังเกิดสิว นอกจากทิ้งรอยแล้ว ยังทิ้งหลุมสิวไว้ให้ดูต่างหน้า แต่งหน้ายาก ทาแป้งไม่ติด กลบรองพื้นหนายิ่งทำให้ผิวอุดตัน บำรุงเท่าไรก็ไม่ได้ผิวหน้าที่เนียนกลับมาเหมือนเดิม ที่ใครๆ บอกกันว่า ถ้าเกิดเป็นหลุมสิวแล้วหายยาก ต่อไปนี้จะเป็นเรื่องง่ายๆ ด้วยเทคโนโลยีการรักษาเลเซอร์หลุมสิว ฟื้นผิวหลุมให้เด้งเนียนใสอีกครั้ง!  

หลุมสิวคืออะไร เกิดจากกอะไรกัน?

          สาเหตุของการเกิดหลุมสิวนั้น เกิดจากการที่เป็นสิวอักเสบขนาดใหญ่ถูกกด หรือบีบสิวไม่ถูกวิธี ทำให้เนื้อเยื่อใต้ผิวเกิดการอักเสบ ผิวหนังเกิดการยุบตัวลงจากการกดสิวออกมาและสร้างเป็นพังผืดรั้งผิวจนเกิดเป็นหลุมสิวขึ้นมา 

สังเกตตัวเองกันสักนิด ว่าคุณมีหลุมสิวแบบไหน?

ประเภทของหลุมสิว แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

  • Rolling Scar – ลักษณะเป็นรอยหลุมแบบทั่วๆ ไป เป็นหลุมสิวที่มีความโค้ง คล้ายแอ่งกระทะ ลึกลงจากผิวเพียงเล็กน้อย ซึ่งยังถือเป็นหลุมสิวระดับตื้น สามารถรักษาได้ง่าย และเห็นผลลัพธ์ได้ไว
  • Box Scar – ลักษณะของหลุมสิวประเภทนี้จะมีขอบของหลุมสิวที่ชัด และมีขนาดกว้าง มีฐานหลุมเป็นทรงสี่เหลี่ยม ความลึกของหลุมผิวจะอยู่แค่ระดับชั้นผิวเท่านั้น
  • Icepick Scar – ลักษณะรอยหลุมสิวที่มีความรุนแรงที่สุด เป็นหลุมที่มีความชัดของขอบผิว และมีความแคบ แหลมลึกลงไประดับชั้นผิวหนังแท้ หรือ ชั้นใต้ผิวหนัง ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการรักษานานกว่าประเภทอื่นๆ กว่าผิวจะกลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง 


เปลี่ยนหลุมสิว เป็นผิวสวย ด้วย Needle RF

      Needle RF เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ปล่อยพลังงาน  Fractioncal RF  (Fractional Radiofrequency) โดยผ่านตัวเครื่องที่มีหัวเข็มขนาดเล็ก ทะลุผ่านผิวชั้นหนังกำพร้าลงไปยังชั้นผิวหนังแท้ โดยหัวเข็มนั้นจะเข้าไปทำลายพังผืดที่รั้งยืดเกาะใต้ชั้นผิวหนัง สาเหตุของการเกิดหลุมสิว รอยแผลเป็นต่างๆจากสิว และยังช่วยในการเปิดรูขุมขน เตรียมพร้อมรับการบำรุงอย่างเต็มที่ ซึ่งการปล่อยพลังงานผ่านหัวเข็มนั้น สามารถเลือกระดับความยาวของเข็มได้ตั้งแต่  0.1-0.4 มิลลิเมตร เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาให้เหมาะกับผิวของแต่ละบุคคลได้ด้วย โดยอุปกรณ์หัวเครื่องนี้ จะสามารถลงลึกได้ตั้งแต่ชั้น Dermis (ชั้นหนังแท้) และ ผิวชั้น Subcutaneous (ชั้นไขมัน) ซึ่งผิวหนังในชั้นนี้ จะประกอบไปด้วยเส้นใยคอลลาเจน อีลาสตินและเซลล์ไขมันที่ทำหน้าที่ปกป้องผิว เมื่อปล่อยคลื่นพลังงาน Needle RF ลงไปแล้ว จะเข้าไปช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ฟื้นฟูหลุมสิว เติมเต็มผิวหลุมให้แลดูตื้นขึ้น รูขุมขนกระชับ ริ้วรอยแลดูจางลง ผิวเรียบเนียนยิ่งขึ้น 


การรักษาหลุมสิวด้วยโปรแกรม Needle RF จะใช้หลักการทำงานร่วมกันของพลังงาน 2 ชนิด คือ 

  1. พลังงานคลื่นวิทยุ RF energy Bi polar (1MHz)  
  2. พลังงานกระแสไฟฟ้า Iontophoresis

ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล โดยแพทย์ผู้ชำนาญการจะทำการประเมินการรักษาว่าสภาพแต่ละปัญหานั้น จะต้องเลือกใช้พลังงานรูปแบบใดในการรักษา 

1. รักษาหลุมสิว ด้วยการใช้เทคนิคพลังงานคลื่นวิทยุ RF energy Bi polar (1MHz)
          เริมต้นการรักษาหลุมสิวด้วยการปล่อยคลื่นพลังงานผ่านหัวเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีลักษณะเป็นเข็มเล็กๆ ลงบนผิว โดยเลือกขนาดความยาวของเข็มให้เหมาะกับสภาพปัญหาผิว โดยพลังงานคลื่นวิทยุแปรเปลี่ยนเป็นความร้อน RF energy Bi polar (1MHz) (Fractional Needle RF) จะถูกส่งผ่านหัวเข็มเข้าไปยังชั้นผิว Dermis (หนังแท้) และ Subcutaneous (ชั้นไขมัน) ซึ่งเป็นชั้นผิวที่เป็นแหล่งรวมของเส้นใยคอลลาเจน อีลาสตินและเซลล์ไขมัน โดยจะเข้าไปทำลายแนวพังผืดหลุมสิวในแนวดิ่ง และช่วยกระตุ้นเซลล์ Fibroblast ฟื้นฟูการทำงานของคอลลาเจนชั้นใต้ผิวให้กลับคืนสู่สภาพปกติ บริเวณผิวโดยรอบ ผิวหลุมสิว จะค่อยๆ เต็มตื้นขึ้น และช่วยให้ผิวหน้ากระชับ เรียบเนียนขึ้นอีกด้วย 

หลักการทำงานของเลเซอร์รักษาหลุมสิว Needle RF

  1. หัวเข็มจะทะลุผ่านชั้ยผิวหนังกำพร้า เข้าไปยังชั้นผิวหนังแท้ เพื่อทำลายพังผืดทที่ทำให้เกิดหลุมสิว 
  2. ตัวเครื่องจะปล่อยพลังงานคลื่น RF แปรเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนที่มีอุณหภูมิคงที่ กระตุ้นการทำงานของคอลลาเจนและอีลาสติน
  3. ผิวหน้าจะมีการฟื้นฟู ปรับผิวให้มีความยืดหยุ่น ผิวมีความตึงกระชับ หลุมสิวตื้นขึ้น เมื่อทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ผิวจะค่อยๆเต็มตื้นขึ้น ริ้วรอยแลดูจางลง ผิวเรียบเนียนขึ้น 

* ในกรณีรักษาหลุมสิว พร้อมผิวยกกระชับ ด้วยหลังงาน Bipolar RF หลังทำอาจเกิดผิวแดงอมชมพู 2 – 3 ชม. ขึ้นอยู่กับพลังงานที่ได้รับการรักษา จากนั้นผิวจะค่อยๆ กลับสู่สภาพปกติ 

2. ผิวกระจ่างใส เปล่งปลั่งขึ้นด้วยเทคนิคการใช้พลังงงานกระแสไฟฟ้า Iontophoresis
          หลังจากใช้พลังงานความร้อน RF ในการทำลายพังผืดและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวแล้ว ยังต้องทำการฟื้นบำรุงผิว ด้วยคลื่นพลังงานกระแสไฟฟ้า Iontophoresis โดยตัวเครื่องที่มีลักษณะเป็นเข็มขนาดเล็ก จะช่วยเปิดรูขุมขนให้พร้อมรับการบำรุง ด้วยการผลักวิตามินสูตรเข้มข้นลงสู่ผิวชั้นลึก โดยวิตามินที่ผลักลงสู่ผิวจะมี 2 ชนิด คือ

  1. Vitamin C วิตามินซีชนิดเข้มข้น จะช่วยสร้างคอลลาเจนให้ชั้นผิว ฟื้นฟูและบำรุงผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมาเปล่งปลั่ง กระจ่างใส และยังช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดริ้วรอย ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น
  2. JA วิตามินเข้มข้นที่ช่วยลดการงานของเม็ดสีผิวที่ผิดปกติ ช่วยลดรอยดำจากสิว ปรับสีผิวสม่ำเสมอ เรียบเนียน

*การผลักวิตามินบำรุงผิวโดยใช้พลังงานกระแสไฟฟ้า Iontophoresis หลังทำไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ

หลายคนกังวลว่า การทำเลเซอร์ Needle RF เปิดรูขุมขน จะทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นหรือไม่?  


          แพทย์ผู้ชำนาญการให้คำอธิบายไว้ว่า การเปิดรูขุมขนด้วยเข็มขนาดเล็ก ทำงานร่วมกันกับพลังงาน RF นั้น จะไม่ทำให้เกิดปัญหารูขุมขนกว้างขึ้น แต่จะยิ่งทำให้รูขุมขนกระชับ การใช้เข็มส่งผ่านพลังงานนั้น จะช่วยเสริมประสิทธิภาพของการรักษาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยแพทย์ผู้ทำการรักษาจะควบคุมค่าพลังงานที่เหมาะสม โดยจะส่งงานค่าพลังงานลงลึกไปยังชั้นใต้ผิว จะไม่ส่งผลต่อผิวด้านนอก หรือบริเวณด้านบน และไม่ก่อให้เกิดรอยแผลเป็นหลังทำ และรูขุมขนจะยิ่งกระชับขึ้นอีกด้วย 

จุดเด่นของการรักษาหลุมสิว ด้วยเทคโนโลยี Needle RF

  • สามารถปรับระดับของเข็มที่ทำการรักษาได้
  • สามารถเลือกระดับพลังงานให้เหมาะแต่ละส่วนของใบหน้า และสภาพปัญหาของแต่ละบุคคลได้
  • ไม่ทำให้เกิดรอยแผลเป็นหลังทำ
  • สามารถทำได้ทุกเฉดสีผิว
  • ไม่มีรอยดำหลังทำเลเซอร์
  • ไม่ทำลายผิวชั้นนอก 
  • สามารถรักษาได้กับหลุมสิวทุกประเภท
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและยกกระชับผิวได้พร้อมกัน
  • ช่วยกระชับรูขุมขน ลดริ้วรอย และเติมเต็มผิวหลุม ให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
  • ช่วยรักษารอยแผลเป็น หลุมสิว ผิวแตกลายได้
  • ใช้ระยะเพียง 30 นาที/ครั้ง ในการรักษา


Needle RF ทำกี่ครั้งจึงจะเห็นผล?

  • เทคนิคการรักษาด้วยพลงงาน Bipolar RF สามารถทำได้ทุก 2 – 4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพผิว
  • เทคนิคการรักษาด้วยพลังงาน Iontophoresis สามารถทำได้ สัปดาห์ละครั้ง


ในการทำแต่ละครั้ง จะใช้ระยะเวลาในการรักษาประมาณ 30-40 นาที / ครั้ง 

การรักษาหลุมสิว ควรรักษาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ครั้งขึ้นไป เพือให้เห็นผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน โดยทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาสภาพผิวของแต่ละบุคคล

ผลลัพธ์ที่ได้จากการเลเซอร์รักษาหลุมสิว Needle RF

  • รอยหลุมสิวตื้นขึ้น 
  • ผิวเรียบเนียน
  • รูขุมขนกระชับ
  • ลดริ้วรอย ผิวเต่งตึง กระชับ
  • ช่วยรักษารอยแตกลายให้จางลง
  • ลดรอยแดง รอยดำจากสิว 
  • รักษารอยแผลเป็นได้ 
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ชั้นผิว


การรักษาหลุมสิว Needle RF เหมาะกับใครบ้าง? 

  • ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิว
  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยรอยแผลเป็น 
  • รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน


ข้อควรระวังสำหรับการรักษาหลุมสิว ด้วยเทคโนโลยี Needle RF

  • ผู้ป่วยที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ Pacemaker
  • ผู้ป่วยที่มีโลหะฝังอยู่ในบริเวณตำแหน่งที่จะทำการรักษา
  • ผู้ที่ใส่เหล็กดามกระดูก
  • ผู้ป่วยมะเร็งที่ผิวหนัง 
  • หญิงที่กำลังตั้งครรภ์และอยู่ในระหว่างการให้นมบุตร 
  • ผู้ป่วยโรคความผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด 
  • ผู้ที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือด
  • ผู้ที่​มีผื่นผิวหนังอักเสบ 
  • ผู้ที่มีแผลเปิดบริเวณที่ต้องการทำเลเซอร์


การดูแลผิวหลังทำเลเซอร์รักษาหลุมสิว Needle RF

  • ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 PA+++ ขึ้นไปเป็นประจำทุกวัน
  • หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดแรงๆ 
  • หากผิวแห้งในบริเวณที่ทำการรักษา ให้ทาครีมบำรุง  มอยส์เจอร์ไรเซอร์เบาๆ ให้ผิวชุ่มชื้นเสมอ
  • งดสครับ ขัดผิว บริเวณที่ทำการเลเซอร์อย่างน้อย 1 สัปดาห์ หลังทำการรักษา 
  • งดใช้เครื่องสำอางหรือครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์
  • งดใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของกรดไกลโคลิกหรือกรดเรทิโนอิก สองสัปดาห์ก่อนเริ่มรับการรักษาและงดใช้อีกสองสัปดาห์หลังรับการรักษาแล้ว
  • ทำความสะอาดผิวและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นทุกวัน
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น อาบแดด กีฬาทางน้ำ เป็นต้น

Review Needle RF เลเซอร์รักษาหลุมสิว

 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Call Center : +66 2 714 9555

Whatsapp : +66 96 116 0806

Facebook : SLCclinic

Skype : SLCclinic

LINE : @SLChospital

บทความที่เกี่ยวข้อง