ถ้าพูดถึงโปรแกรมยกกระชับหน้าในกลุ่มอัลตราซาวนด์ จะเลือกเครื่องไหนดี เครื่องไหนเริ่ด ก็ตัดสินใจยากเหมือนกันนะ! เพราะปัจจุบันมีเทคโนโลยียกกระชับให้เลือกหลายแบบ จนหลายคนอาจเริ่มงงว่า แล้วแบบไหนถึงจะเหมาะกับปัญหาผิวของเรา?
วันนี้เลยหยิบ 2 โปรแกรมยกกระชับหน้าที่หลายคนน่าจะเคยได้ยินอย่าง โปรแกรม Ultherapy Prime และ โปรแกรม Ultraformer MPT มาเปรียบเทียบกันแบบชัด ๆ ว่าแต่ละโปรแกรมมีจุดเด่นต่างกันอย่างไร เหมาะกับใคร และควรเลือกแบบไหน เพื่อช่วยให้ตัดสินใจทำหัตถการได้ตรงกับปัญหาผิวของตัวเองมากขึ้น
โปรแกรม Ulthera Prime และ โปรแกรม Ultraformer MPT คืออะไร ต่างกันอย่างไร?

ตรงนี้จะมาบอกชัด ๆ เลยว่าทั้ง 2 โปรแกรมนี้ต่างกันอย่างไร ถ้าใครงงอยู่ล่ะก็! ต้องโฟกัสและตั้งใจอ่านไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ
โปรแกรม Ulthera Prime คืออะไร?

เริ่มจาก โปรแกรม Ulthera Prime เป็นโปรแกรมยกกระชับหน้าที่ใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจง หรือที่เรียกว่า Micro-Focused Ultrasound with Visualization (MFU-V) ที่ถูกพัฒนามาจาก โปรแกรม Ulthera SPT เครื่องยอดนิยมที่เป็นการถูกยอมรับทั่วโลก แต่ด้วยรุ่นก่อนทำแล้วจะเจ็บกว่าและใช้เวลาที่นานกว่า โปรแกรม Ulthera Prime เลยถูกพัฒนาให้ดีกว่าเดิมในหลายจุด เช่น
ความแม่นยำ และระยะเวลาในการทำโปรแกรม
จากรุ่นก่อนถือว่ายิงได้อย่างแม่นยำแล้ว แต่พอมาเป็น โปรแกรม Ulthera Prime ปรับความแม่นยำสูงขึ้น เพราะมีการปรับหัวยิงและการปล่อยพลังงานใหม่ เลยทำให้ประสิทธิภาพความแม่นยำสูงขึ้น และอีกอย่างระยะเวลาในการทำเร็ว เป็นการประหยัดเวลารักษา
ความรู้สึก และระยะเวลาเห็นผล
โปรแกรม Ulthera Prime นี้ถ้าเทียบกับรุ่นก่อนความรู้สึกเจ็บลดลงไปเยอะมาก รุ่นนี้ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าตอนทำแทบจะไม่รู้สึกอะไร หรือรู้สึกแค่จี๊ด ๆ แต่เป็นความเจ็บที่ทนได้ และรุ่นนี้สามารถยกกระชับหน้าและกระตุ้นคอลลาเจนได้มากขึ้น เพราะหน้าจอออกแบบให้ใหญ่ขึ้นมองเห็นทุกชั้นนผิวแบบเรียลไทม์ และมีทั้งหมด 3 หัวยิง แพทย์สามารถออกแบบการยิงได้จะเลือกความลึกถึงระดับชั้นไหนเพราะสามารถยิงได้ลึกถึงชั้น SMAS แถมผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
โปรแกรม Ultraformer MPT คืออะไร?
มาถึง โปรแกรม Ultraformer MPT เครื่องนี้จะใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์เฉพาะจุด ที่มีชื่อเรียกว่า MMFU (Micro and Macro Focused Ultrasound) ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยี โปรแกรม HIFU
ส่วนพลังงานจะปล่อยได้ 3 แบบ คือ
- Circle (ลักษณะวงกลม),
- Linear (ลักษณะเส้นตรงยาว)
- Dot Line ซึ่งจะเป็นค่าพลังงานที่มีความคงที่ สม่ำเสมอและแม่นยำ
โปรแกรมนี้ทุกคนก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่ายกเร็ว เจ็บน้อย แถมเห็นผลลัพธ์ไว และเครื่องนี้มีหัวยกกระชับที่หลากหลายมาก สามารถเข้าได้ทุกจุด เช่น บริเวณรอบดวงที่ที่ทุกคนอาจจะกังวลว่าจะเข้าไม่ถึง แต่เครื่องนี้มีหัวสำหรับบริเวณดวงตาด้วย ที่สำคัญโปรแกรมนี้ยังเหมาะกับคนที่อยากมีรูปหน้าเรียวเล็กกระชับ มี เหนียง หรือแก้มเยอะ แก้มยุ้ย ห้อยย้อย กรอบหน้าไม่ชัด หน้าดูไม่มีมิติ ก็สามารถช่วยได้ และยังช่วยในเรื่องของรูขุมกระชับ ผิวเนียนนุ่มกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย
เปรียบเทียบ Ulthera Prime vs Ultraformer MPT แบบชัด ๆ

มาถึงตรงนี้คงได้อ่านข้อมูลของแต่ละโปรแกรมแบบจัดเต็ม อ่านแล้วพอจะเห็นความแตกต่างบ้างหรือยังคะ? ถ้ายัง…เดี๋ยวตรงนี้จะมาสรุปให้อ่านกันอีกรอบแบบละเอียดยิบเลยล่ะ!
| เปรียบเทียบ | โปรแกรม Ulthera Prime | โปรแกรม Ultraformer MPT |
|---|---|---|
| เทคโนโลยีหลัก | Microfocused Ultrasound with Visualization | HIFU / Micro Pulsed Technology |
| จุดเด่น | มีภาพ Ultrasound แบบ Real-time ให้แพทย์มองเห็นชั้นผิวระหว่างทำ | มีทั้ง Normal Mode และ MP Mode ปรับรูปแบบการส่งพลังงานได้หลายแบบ |
| ความลึกสำหรับใบหน้า | 1.5 / 3.0 / 4.5 mm | 1.5 / 2.0 / 3.0 / 4.5 mm |
| การส่งพลังงาน | สร้างจุดความร้อน หรือระดับความลึกที่กำหนด | Normal Mode ส่งพลังงานเป็นจุด ส่วน MP Mode กระจายพลังงานในรูปแบบ Micro Pulse |
| การมองเห็นชั้นผิว | มี DeepSEE® Visualization มองเห็นเนื้อผิวได้ลึกถึงประมาณ 8 mm | ไม่มีระบบ Real-time Ultrasound Visualization แบบ Ulthera Prime |
| Cartridge | เน้น 3 ระดับหลักสำหรับการยกกระชับใบหน้า | มีหลายหัว ครอบคลุมตั้งแต่ 1.5–13 mm รวมถึงหัวสำหรับใบหน้าและลำตัว |
| จุดต่างสำคัญ | เน้น การมองเห็น + ความแม่นยำในการวางพลังงานตามชั้นผิว | เน้น ความหลากหลายของ Depth และรูปแบบการส่งพลังงาน |
สรุปความแตกต่างของทั้ง 2 โปรแกรม
โปรแกรม Ulthera Prime จุดเด่นก็คือระหว่างทำการรักษาแพทย์สามารถมองเห็นชั้นผิวแบบ Real-time ผ่านระบบ DeepSEE® ได้เลยว่าพลังงานกำลังส่งผ่านไปที่ผิวชั้นไหน ทำให้แพทย์สามารถออกแบบการรักษาได้ตรงจุดมากขึ้น
ส่วนโปรแกรม Ultraformer MPT จุดเด่นของเครื่องนี้ก็มีเยอะเหมือนกัน หลัก ๆ เลยจะเป็นหัวที่ใช้ยิงสามารถเลือกระดับความลึกได้หลายระดับ ทำได้ตั้งแต่ใบหน้าไปถึงลำตัว แม้จะไม่มีจอที่มองเห็นแบบเรียลไทม์เหมือนโปรแกรม Ulthera Prime แต่แพทย์ก็ยังสามารถเลือกการส่งพลังงานได้ทั้ง Normal Mode และ MP Mode ทำให้แพทย์ปรับการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบริเวณได้มากขึ้น
มาถึงตรงนี้ทุกคนก็ยังคงเอ๊ะ! กันอยู่ไหม?…..จริง ๆ ทั้ง 2 โปรแกรมนี้ถือว่ามีความแตกต่างกันทั้งเรื่องของการส่งพลังงาน และหัวเครื่องสำหรับใช้ยิง แต่สิ่งสำคัญที่ควรโฟกัสมากกว่าควรเป็น…แต่ละโปรแกรมเหมาะกับใคร?
โปรแกรม Ulthera Prime เหมาะกับ

- คนที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าเริ่มเบลอ แก้มห้อย
- คนที่ต้องการยกกระชับแบบเน้น ความแม่นยำตามชั้นผิว
- คนที่ให้ความสำคัญกับการที่แพทย์สามารถ มองเห็นชั้นเนื้อเยื่อแบบ Real-time ระหว่างทำ
- คนที่ต้องการดูแลบริเวณ เช่น กรอบหน้า ใต้คาง แก้ม คิ้ว หรือช่วงลำคอ
- คนที่ต้องการผลลัพธ์แบบค่อย ๆ แลดูเป็นธรรมชาติ โดยไม่ผ่าตัด
โปรแกรม Ultraformer MPT เหมาะกับ

- คนที่มีปัญหา ผิวหย่อนคล้อย แก้มเยอะ กรอบหน้าไม่คม
- คนที่ต้องการเครื่องที่มี หลายระดับความลึกและหลายรูปแบบการส่งพลังงาน
- คนที่ต้องการดูแลได้ค่อนข้างหลากหลาย ทั้ง ใบหน้าและบางบริเวณของร่างกาย
- คนที่ต้องการปรับแผนการรักษาตามปัญหาในแต่ละตำแหน่ง เช่น ชั้นตื้นกับชั้นลึก
- คนที่ต้องการยกกระชับโดยไม่ผ่าตัด และมีเวลาพักฟื้นน้อย
โปรแกรม Ulthera Prime กับ โปรแกรม Ultraformer MPT ทำร่วมกันได้ไหม
จริง ๆ แล้วสามารถทำโปรแกรมร่วมกันได้ แต่ก่อนทำหัตถการต้องปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพราะการทำ โปรแกรม Ultherapy Prime และ โปรแกรม Ultraformer MPT เป็นการใช้พลังงานแบบอัลตราซาวนด์เหมือนกัน บางครั้งอาจต้องประเมินการทำคนละบริเวณ เช่น ใบหน้า ลำคอ ลำตัว รอบดวงตา ในส่วนนี้อาจใช้เครื่องที่เหมาะสมทำงานร่วมกันได้
แต่การทำ 2 โปรแกรมพร้อมกันอาจจะไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะไม่ใช่ว่าใครก็ทำได้ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ และที่สำคัญอาจจะต้องทำห่างกัน 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้ผิวได้ฟื้นฟู โดยแพทย์อาจพิจารณาเว้นระยะระหว่างการทำตามสภาพผิวและแผนการรักษาของแต่ละคน
ยกตัวอย่างการทำ โปรแกรม Ultherapy Prime และ โปรแกรม Ultraformer MPT ร่วมกัน

จากเคสนี้เคยทำ โปรแกรม Ultherapy Prime ไปแล้ววันนี้เลยเข้ามาทำ โปรแกรม Ultraformer MPT เคสนี้เป็นตัวอย่างของการใช้ทั้ง 2 โปรแกรมในแผนการดูแลเดียวกัน แต่ทำคนละช่วงเวลา โดยแพทย์เลือกเพิ่มเติมตามปัญหาและความเหมาะสมของเคส ส่วนเรื่องผลลัพธ์ ความรู้สึกหว่างทำสามารถเข้าไปอ่านผ่าน Link ของผู้ใช้จริงได้เลยค่ะ
ก่อนทำ โปรแกรม Ulthera Prime หรือ โปรแกรม Ultraformer MPT ควรรู้อะไรบ้าง?
เอาล่ะทุกคน….ตรงนี้สำคัญมากนะคะ เพราะก่อนเข้าทำหัตถการทุกโปรแกรมจะต้องรู้วิธีการเตรียมตัว การดูแลตัวเอง ก่อน-หลังทำ เพราะการที่เรารู้ตรงนี้ก็จะทำให้มีความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ตรงใจมากขึ้น
ต้องเตรียมตัวก่อนทำอย่างไร

ข้อนี้สำคัญมากก่อนเข้าทำควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว ยาที่รับประทานเป็นประจำ ต้องงดยาบางชนิด เช่น กลุ่มแอสไพริน ยาต้านการอักเสบ (NSAIDs) เช่น Ibuprofen, Naproxen รวมถึงวิตามินอี น้ำมันปลา และสารสกัดจากใบแปะก๊วย อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ
ในวันทำควรทำความสะอาดผิวและหลีกเลี่ยงการแต่งหน้า เพื่อให้ง่ายต่อการเตรียมผิวก่อนเริ่มหัตถการ
หลังทำต้องดูแลตัวเองอย่างไร

หลังทำอาจพบรอยแดง บวม รู้สึกตึง หรือระบมบริเวณที่ได้รับพลังงานได้ในบางราย ซึ่งโดยทั่วไปอาการเหล่านี้มักเป็นเพียงชั่วคราว เช่น รอยแดง อาการบวม และความเจ็บขณะหรือหลังทำ
ช่วงหลังทำควรดูแลผิวอย่างอ่อนโยน ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงและครีมกันแดดตามปกติ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
มีข้อควรระวังหรือใครบ้างที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ

ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร มีการติดเชื้อหรือการอักเสบบริเวณที่จะรักษา มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือวัสดุฝังในร่างกาย รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยาบางชนิด ควรแจ้งและปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
นอกจากนี้ หากเคยทำศัลยกรรม ฉีดสารเติมเต็ม หรือทำหัตถการด้วยพลังงานบริเวณเดียวกันมาก่อน ก็ควรแจ้งรายละเอียดให้แพทย์ทราบ เพื่อช่วยวางแผนตำแหน่งและช่วงเวลาการรักษาให้เหมาะสม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ โปรแกรม Ulthera Prime vs โปรแกรม Ultraformer MPT
โปรแกรม Ulthera Prime กับ โปรแกรม Ultraformer MPT อันไหนเจ็บกว่ากัน
สำหรับความรู้สึกเจ็บ ตรงนี้จะรู้สึกไม่เท่ากันเพราะความรู้สึกเจ็บของแต่ละคนไม่เท่ากัน และไม่สามารถระบุได้ว่าเครื่องใดจะเจ็บกว่า และปัจจัยของความเจ็บมีหลายอย่างมาก เช่น บริเวณที่ทำ ระดับความลึก พลังงาน จำนวนช็อต รวมถึงความไวต่อความเจ็บของแต่ละคน
โปรแกรมไหนเห็นผลเร็วกว่ากัน
ทั้งสองโปรแกรมไม่ได้ให้ผลลัพธ์ทั้งหมดทันทีหลังทำ เพราะหลักการของพลังงานอัลตราซาวนด์ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างและปรับโครงสร้างคอลลาเจน ซึ่งต้องใช้เวลา
สำหรับ โปรแกรม Ultherapy Prime จะค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงประมาณ 2–3 เดือน และสามารถพัฒนาต่อเนื่องได้ถึงประมาณ 6 เดือน ส่วน โปรแกรม Ultraformer MPT อาจรู้สึกถึงความตึงของผิวบางส่วนหลังทำ และผลจากการปรับตัวของคอลลาเจนจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงในช่วงสัปดาห์ต่อมา
อายุเท่าไหร่ถึงเริ่มทำได้
การทำหัตถการทั้ง 2 โปรแกรมไม่มีอายุที่ตายตัวว่าต้องเริ่มทำตอนอายุเท่าไหร่ เพราะปัจจัยการทำขึ้นอยู่กับ เริ่มมีผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด หรือมีบริเวณที่ต้องการยกกระชับ การที่ทำโปรแกรม Ulthera Prime หรือ โปรแกรม Ultraformer MPT ตอนที่ปัญหาผิวน้อย ๆ อาจจะเป็นข้อดีกว่า่เริ่มเข้ามาทำตอนที่มีปัญหาหนักก็ได้ เพราะถ้าหน้าหย่อนมาก ๆ การทำยกกระชับหน้าอาจไม่พอ บางคนอาจไปจบที่ดึงหน้าก็ได้!
ควรทำกี่ครั้งต่อปี
จำนวนครั้งของการทำหัตถการทั้ง 2 โปรแกรม ไม่ได้มีข้อจำกัดอาจจะขึ้นอยู่กับงบประมาณหรือระดับความหย่อนของผิวซึ่งของแต่ละบุคคลไม่เท่ากัน แต่จากรีวิวของคนที่ทำทั้ง 2 โปรแกรมส่วนมากจะกลับเข้ามาทำ 6 เดือน – 1 ปี ขึ้นอยู่กับแพทย์ประเมินด้วย
สรุป Ulthera Prime vs Ultraformer MPT เลือกเครื่องไหนดี
เอาล่ะทุกคนเก่งมากนะคะที่อ่านมาถึงตรงนี้ เป็นยังไงบ้างพอเข้าและตัดสินใจได้หรือยังว่าตัวเองเหมาะกับโปรแกรมไหน! เพราะแต่ละโปรแกรมคือเริ่ดหมด แต่จริง ๆ แล้ว โปรแกรม Ulthera Prime และ โปรแกรม Ultraformer MPT แม้จะอยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีอัลตราซาวนด์สำหรับดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อยเหมือนกัน แต่มีรายละเอียดของเทคโนโลยี รูปแบบการส่งพลังงาน และการวางแผนรักษาที่แตกต่างกัน
ดังนั้นคำถามว่า โปรแกรม Ulthera Prime vs โปรแกรม Ultraformer MPT เลือกเครื่องไหนดี อาจไม่ได้มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน เพราะสิ่งสำคัญคือเลือกให้ตรงกับปัญหาผิว ระดับความหย่อนคล้อย และบริเวณที่ต้องการดูแล โดยให้แพทย์เป็นผู้ประเมินและออกแบบการรักษาให้เหมาะกับแต่ละเคสมากที่สุดค่ะ










