Open Daily : 10:00 - 20:00
Call center : 02-714-9555
Line ID : @SLChospital
SLC Online

ซ่อนรูปซ่อนโรค! ผอมแต่มีพุง อย่ามองข้ามไขมันในช่องท้อง

“ผอมไม่ได้แปลว่าสุขภาพดี ไม่ได้การันตีว่าไขมันต่ำ อ้วนก็ไม่ได้แปลว่าเสี่ยงโรคเยอะกว่า” 

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าคนผอมคือคนที่มีสุขภาพดี และคนอ้วนคือคนที่เสี่ยงโรคเยอะกว่า แท้จริงแล้วสุขภาพที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปร่างเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น พฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย การนอนหลับ พันธุกรรม และสภาพจิตใจ และนอกจากนี้คนผอมบางคนก็ไม่ได้ผอมลีนอย่างที่เห็น เพราะอาจจะเป็นคนซ่อนรูป แบบที่ว่าผอมแต่มีพุง! 

ซ่อนรูปซ่อนโรค! ผอมแต่มีพุง อย่ามองข้ามไขมันในช่องท้อง 

คนผอมบางคนไม่ได้เป็นคนสุขภาพดี เพราะพวกเขาอาจจะมีพุงที่เกิดจากไขมันในช่องท้อง หรือไขมันใต้ผิวหนังที่เป็นตัวร้ายที่ค่อยๆ ทำลายสุขภาพแบบไม่รู้ตัว ซึ่งเจ้าพุงเนี่ยมันก็มีด้วยกันหลายแบบ ความอันตรายของมันก็มีข้อแตกต่างกันไป 

  • พุงกลม (Beer belly) จะมีลักษณะเป็นพุงกลมๆ ยื่นออกมา มักพบในผู้ชาย 

สาเหตุ เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ มีไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง เนื่องจากแอลกอฮอล์มีแคลอรี่สูง ร่างกายเผาผลาญได้ยาก ไขมันจึงสะสมได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้แอลกอฮอล์ยังส่งผลต่อฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้ร่างกายดื้อต่ออินซูลิน จนเกิดการเก็บไขมันได้ง่ายขึ้น

  • พุงหมาน้อย (Hormonal belly) เป็นพุงด้านล่างห้อย แต่พุงด้านบนเรียบ มักพบในผู้หญิง 

สาเหตุ เกิดจากผู้ที่ชอบทานหวานมากเกินไป อาหารที่มีน้ำตาลสูง พวกข้าว ขนมปัง น้ำหวาน และผู้ที่ต้องนั่งทำงานอยู่กับที่เป็นเวลานานๆ รวมไปถึงการไม่ออกกำลังกาย

  • พุงป่อง (Bloated belly) ลักษณะคือเป็นพุงป่อง ตึง แน่น มักเกิดขึ้นหลังทานอาหาร หรือว่าช่วงมีประจำเดือน 

สาเหตุ เกิดจากแก๊สในกระเพาะอาหาร ลำไส้บีบตัว 

  • พุงเครียด (Stressed belly) พุงจะเป็นชั้นๆ หน้าท้องบวม และยื่นเป็นชั้นแบ่งครึ่งออกมาระหว่างสะดือและกระบังลม

สาเหตุ เกิดจากความเครียด ฮอร์โมนคอร์ติซอลที่หลั่งออกมาเมื่อร่างกายเครียด กระตุ้นให้น้ำหนักตัวเพิ่มจนเกิดไขมันในช่องท้อง รวมไปถึงการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอด้วยและทานอาหารไม่ตรงเวลา 

อันตรายของพุง

อันตรายของพุงกลมและพุงหมาน้อย คือสัญญาณของไขมันในช่องท้อง visceral fat ซึ่งเป็นไขมันอันตรายที่เกาะอยู่ตามอวัยวะภายใน ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง 

ไขมันในช่องท้อง คืออะไร 

ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) คือ ไขมันที่สะสมอยู่รอบๆ อวัยวะภายในช่องท้อง เช่น ตับ ลำไส้ และกระเพาะอาหาร ต่างจากไขมันใต้ผิวหนังที่เห็นและสัมผัสได้ ไขมันในช่องท้องจะแทรกซึมอยู่ระหว่างอวัยวะ มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าไขมันใต้ผิวหนังมาก 

ไขมันใต้ผิวหนัง คืออะไร 

ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) พบได้ที่ชั้นผิวหนัง สามารถจับคลำได้โดยจะรู้สึกเป็นก้อนๆ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากนัก แต่ถ้ามีไขมันเยอะมากก็ทำให้เกิดการหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อทำให้หุ่นไม่กระชับ รูปร่างไม่ได้สัดส่วน

ค่า ไขมันในช่องท้อง visceral fat เช็คอย่างไร 

ค่าไขมันในช่องท้องเราสามารถตรวจสอบด้วยตัวเองได้ด้วยวิธี Waist-to-Hip Ratio Measurement ซึ่งเป็นวิธีที่ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้การยอมรับ วิธีการง่ายๆ คือ 

  1. ใช้สายวัดวัดรอบเอวส่วนที่คอดที่สุดของหน้าท้อง (หน่วยเซนติเมตร)
  2. วัดบริเวณรอบสะโพก (หน่วยเป็นเซนติเมตร) 
  3. จากนั้นเอาค่าที่ได้จากการวัดรอบเอวมาหารด้วยรอบสะโพก ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นตัวเลขทศนิยม 2 หลัก 

ไขมันในช่องท้อง ไม่ควรเกินเท่าไหร่

  • ผู้หญิง ค่าไขมันในช่องท้อง ไม่ควรเกิน 0.80 
  • ผู้ชาย ค่าไขมันในช่องท้อง ไม่ควรเกิน 0.95

จากที่ได้อธิบายเรื่องพุง เรื่องไขมันในช่องท้องและไขมันใต้ชั้นผิว ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ถ้ามีในปริมาณที่มากเกินไปก็เสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ทั้งนั้น โดยแอดจะยกเคสตัวอย่างหุ่น 2 แบบ เพื่อให้เห็นภาพง่ายๆ กับความอันตรายของไขมัน

  • หุ่นลูกแพร์ จะเป็นหุ่นที่มีไขมันใต้ชั้นผิวหนัง โดยเราจะเห็นเป็นเซลลูไลท์ ซึ่งไขมันใต้ชั้นผิวแบบนี้สามารถดูดไขมันออกได้ 
  • หุ่นแอปเปิ้ล โดยส่วนใหญ่จะเกิดจากไขมันในช่องท้องเยอะ มีความอันตรายมากกว่า เป็นไขมันสะสมในช่องท้อง visceral fat อยู่ลึกกว่าชั้นผิว อยู่ใต้กล้ามเนื้อหน้าท้อง เป็นส่วนที่ไม่สามารถดูดไขมันออกได้ วิธีเดียวของการลดพุงในส่วนนี้คือ ต้องควบคุมน้ำหนัก ปรับพฤติกรรมการกินอาหาร และออกกำลังกายเท่านั้น 

อันตรายกว่าที่คิดไว้ ไขมันในช่องท้อง! 

จากทั้งหมดทำให้บอกได้ชัดเลยว่า ไขมันในช่องท้องเป็นปีศาจร้ายหนึ่งตัวเลย หากปล่อยไว้นานเจ้าไขมันพวกเนี่ยจะสามารถคร่าชีวิตเราได้จากการเป็นโรคต่างๆ เมื่อมาถึงจุดนี้ต้องมีหลายคนที่เกิดความวิตกกังวลอย่างแน่นอนว่าพุงที่มีอยู่อันนี้คือไขมันในช่องท้องหรือไขมันใต้ผิวหนัง และด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้ S’RENE by SLC มีเทคโนโลยี DEXA SCAN ที่สามารถตรวจหาไขมันสะสมทั่วร่างกายที่ให้ความละเอียดสูง สามารถเช็คปริมาณไขมันในช่องท้องได้ (Visceral Fat) ด้วยรังสีเอกซ์ที่มีพลังงานถึง 2 ระดับ ทำให้ได้ผลวิเคราะห์ที่แม่นยำ และสามารถนำไปให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญใช้วางแผนในการดูแลสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

โปรแกรมตรวจวัดไขมันสะสมทั่วร่างกาย มวลกล้ามเนื้อ และตรวจเช็คความหนาแน่นของมวลกระดูก 

ราคา 3,500.-

ได้ที่ S’RENE by SLC
สาขาทองหล่อ 064 184 5237
สาขาชานแจ้งวัฒนะ 099 807 7261
LINE: @SRENEbySLC หรือคลิก https://bit.ly/3IlXtvw

 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

Call Center : +66 2 714 9555

Whatsapp : +66 96 116 0806

Facebook : SLCclinic

Skype : SLCclinic

LINE : @SLChospital

บทความที่เกี่ยวข้อง