เคยเป็นกันมั้ย?…..จ่ายไปก็ตั้งหลายหมื่น ส่องกระจกแล้วทำไมหน้ายังเหมือนเดิม? สำหรับใครที่ไปยกกระชับหน้ามาแล้วรู้สึกว่า ทํา ulthera ไม่ ได้ ผล หรือ โปรแกรม Ultherapy แล้วไม่เห็นผล เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยต้องมีคำถามวนอยู่ในหัวว่า “เราเสียเงินไปฟรีหรือเปล่าเนี่ย?” ความรู้สึกนี้เข้าใจได้แบบสุดๆ เพราะลงทุนไปไม่ใช่น้อยๆ เราก็ย่อมคาดหวังความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนเป็นธรรมดา
แต่เดี๋ยวก่อน! ในทางการแพทย์แล้ว การที่ทำมาแล้วไม่เห็นผล มักจะไม่ได้เกิดจากตัวหัตถการหรือตัวเครื่องโดยตรงนะ เคสส่วนใหญ่ที่เคยทำจากที่อื่นแล้วเข้ามาปรึกษาคุณหมอที่ SLC Clinic มักจะเจอสาเหตุที่ระบุได้ชัดเจนและสามารถแก้ไขได้ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึก 5 สาเหตุหลักว่าจริงๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นใต้ชั้นผิวของเรา และถ้าเจอแบบนี้… เราควรจะทำอย่างไรต่อไปดี?
*หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่ผู้บริโภค ไม่ใช่โฆษณาเครื่องมือแพทย์ ผลลัพธ์ของแต่ละบุคคลแตกต่างกันไป ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจทำหัตถการทุกครั้ง
ทำความเข้าใจโปรแกรม “Ultherapy” หรือ ‘Ulthera’ ทำงานอย่างไร? ก่อนไขข้อสงสัย ทํา ulthera ไม่ ได้ ผล

ก่อนจะไปดูสาเหตุ เราต้องรู้จัก รู้ใจเครื่องมือก่อน โปรแกรม Ultherapy หรือที่รู้จักกันดี และเรียกว่า Ulthera เนี่ย จะใช้การส่งพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง (Microfocused Ultrasound) ยิงลึกลงไปถึง ชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นกล้ามเนื้อและพังผืดใต้ผิวหนัง (เป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ดึงให้ตึงตอนผ่าตัดดึงหน้านั่นเอง)
พอพลังงานความร้อนจุดเล็กๆ ลงไปถึงชั้นนี้ ร่างกายจะถูกกระตุ้นและค่อยๆ สร้าง “คอลลาเจนและอีลาสติน” ขึ้นมาใหม่ ผลลัพธ์จึงไม่ได้เห็นผลแบบทวีคูณในทันที แต่จะค่อยๆ สวยขึ้น กระชับขึ้น และเห็นผลชัดเจนที่สุดในช่วง 1–3 เดือนหลังทำ

แต่จุดที่หลายคนมักเข้าใจคลาดเคลื่อนก็คือ โปรแกรมอัลเธอร่านี้เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยระดับ “น้อยถึงปานกลาง” ไม่ใช่ยาวิเศษที่แก้ได้ “ทุกปัญหา” บนใบหน้า และตรงนี้แหละค่ะที่เป็นจุดเริ่มต้นของสาเหตุหลักที่เรากำลังจะพูดถึง!
5 สาเหตุหลักที่ทำให้ ทํา ulthera ไม่ ได้ ผล หรือทำโปรแกรม Ultherapy แล้วไม่เห็นผล
1. โดนแกง! เจอเครื่องเทียม ไม่มีระบบ Visualization จนทำให้ ทํา ulthera ไม่ ได้ ผล
โปรแกรม Ultherapy หรือ Ulthera จะเห็นผลลัพธ์ก็ต่อเมื่อเครื่องสามารถส่งพลังงานได้อย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญที่สุดคือ “แพทย์ต้องมองเห็นชั้นผิวบนหน้าจออัลตราซาวนด์” ก่อนยิงพลังงานทุกครั้ง! หากไปเจอเครื่องปลอมที่ไม่มีระบบ Visualization พลังงานก็อาจจะยิงลงไปไม่ถึงชั้น SMAS จริงๆ การกระตุ้นคอลลาเจนจึงไม่มากพอที่จะทำให้หน้ายกกระชับได้
- เพิ่มความมั่นใจก่อนทำ: สามารถสังเกตก่อนทำได้เลยว่า แพทย์ที่ SLC Clinic ใช้โปรแกรม Ultherapy PRIME® นวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่มีระบบ DeepSEE™ ช่วยให้คุณหมอมองเห็นชั้นผิวได้แบบเรียลไทม์ (Real-time) ก่อนเริ่มยิงพลังงานในทุกๆ จุด แม่นยำ เห็นผลแน่นอน
- เช็กให้ชัวร์ก่อนทำ: สามารถตรวจสอบสถานพยาบาลที่ใช้เครื่องแท้ได้ที่เว็บไซต์ Merz Aesthetics Thailand (ผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการเพียงหนึ่งเดียว) www.merzaesthetics.co.th หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ Facebook Merz Aesthetics https://www.facebook.com/share/p/18qwS8EDDX/

2. ปัญหาบนใบหน้า ไม่ตรงกับสิ่งที่ Ulthera หรือ Ultherapy ช่วยแก้ได้
อย่างที่บอกไปว่าโปรแกรม Ulthera หรือ Ultherapy เก่งเรื่องแก้ปัญหา “ผิวหย่อนคล้อยจากชั้น SMAS” แต่มันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อ “ลดไขมันสะสม” หรือ “เติมเต็มโครงกระดูกที่ยุบตัวลง” ตามวัย ดังนั้น ถ้าคุณมีแก้มยุ้ยจากไขมัน หรือหน้าตอบจากกระดูกทรุด ต่อให้ยิงไปกี่ร้อยช็อตก็อาจจะรู้สึกว่าไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง จนกลายเป็น ทํา ulthera ไม่ ได้ ผล หรือทำ Ultherapy แล้วไม่เห็นผล นั่นเอง

แพทย์ที่ SLC Clinic จึงให้ความสำคัญกับการ “ประเมินโครงสร้างใบหน้า” ก่อนเสมอ เพื่อให้ชัวร์ว่าเครื่องมือที่เลือกตอบโจทย์ปัญหาจริงๆ บางเคสอาจจะต้องทำร่วมกับโปรแกรมลดไขมัน ถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่จึ้งที่สุด! (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล)
3. จำนวน Line น้อยไป ไม่พอดีกับระดับความหย่อนคล้อย (ยิงน้อยไป หน้าก็ไม่ยก!)
หลายคนพยายามประหยัดงบด้วยการซื้อจำนวน Lines (ช็อตที่ยิง) น้อยๆ แต่ปัญหาความหย่อนคล้อยกลับมีมาก จำนวน Line ที่เหมาะสมนั้น “ไม่มีตัวเลขตายตัว” ขึ้นอยู่กับการประเมินของคุณหมอล้วนๆ หากใช้ Line น้อยเกินไป พลังงานที่ส่งไปกระตุ้นคอลลาเจนก็ไม่ครอบคลุมบริเวณที่ต้องการ ผลลัพธ์ก็เลยออกมาแบบครึ่งๆ กลางๆ ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร
หลายคนพยายามประหยัดงบด้วยการซื้อจำนวน Line (จำนวนช็อตที่ยิง) น้อยๆ ทั้งที่ปัญหาความหย่อนคล้อยบนใบหน้ามีค่อนข้างมาก หากใช้ Line น้อยเกินไป พลังงานที่ส่งไปกระตุ้นคอลลาเจนก็จะไม่ครอบคลุมพื้นที่ และไม่เพียงพอที่จะดึงชั้น SMAS ให้ตึงขึ้นได้ ผลลัพธ์ก็เลยออกมาแบบครึ่งๆ กลางๆ และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกที่ว่า ทํา ulthera ไม่ ได้ ผล นั่นเอง
แม้ว่าจำนวน Line ที่เหมาะสมที่สุดของแต่ละคนจะ “ไม่มีตัวเลขตายตัว” เพราะต้องให้แพทย์ประเมินความหนาของชั้นผิวและระดับความหย่อนคล้อยแบบเคสต่อเคส แต่เพื่อให้อ่านแล้วเห็นภาพชัดเจนขึ้น
ขอเปิดโพยไกด์จากแพทย์ SLC โดยจะเป็นจำนวน Line คร่าวๆ สำหรับแต่ละปัญหา ดังนี้
- ปัญหารอบดวงตา หางตาตก คิ้วตก:
- แนะนำ: ประมาณ 100 – 200 Lines
- เหมาะสำหรับ: คนที่อยากเปิดดวงตาให้ดูสดใสขึ้น ลดริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา หรือยกหางตาให้ดูเฉี่ยวขึ้น
- ปัญหาแก้มหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึก (ช่วงครึ่งหน้าล่าง):
- แนะนำ: ประมาณ 300 – 400 Lines
- เหมาะสำหรับ: คนที่เริ่มมีกระพุ้งแก้มห้อย กรอบหน้าไม่ชัด ต้องการเก็บ Jawline ให้คมขึ้น
- ปัญหาเหนียงกวนใจ ผิวลำคอหย่อนคล้อย:
- แนะนำ: ประมาณ 200 – 300 Lines
- เหมาะสำหรับ: คนที่มีปัญหาคอเป็นปล้อง ผิวใต้คางไม่กระชับ
- จัดเต็มทั่วใบหน้า (Full Face) ยกกระชับแบบองค์รวม:
- แนะนำ: ประมาณ 400 – 600 Lines ขึ้นไป
- เหมาะสำหรับ: คนที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยทั่วใบหน้า ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ให้หน้าดูเด็กลงแบบเต็มแม็กซ์
- จัดหนัก ทั่วใบหน้า + ลำคอ (Full Face & Neck):
- แนะนำ: ประมาณ 700 – 800 Lines ขึ้นไป
- เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยค่อนข้างมาก ต้องการดึงหน้าให้ตึงกระชับไปจนถึงลำคอ เพื่อให้ดูสวยเนียนเป็นธรรมชาติกลมกลืนกัน
SLC Tip: ตัวเลขนี้เป็นเพียงค่าเฉลี่ยเบื้องต้นเท่านั้น บางเคสหน้าเล็กแต่ผิวหย่อนคล้อยมาก อาจจะต้องใช้ Line เยอะกว่าคนหน้าใหญ่แต่ผิวตึง หรือทำร่วมกับหัตถการอื่นๆ ดังนั้น เพื่อให้คุ้มค่าทุกช็อตที่จ่ายไป แพทย์ผู้ทำการรักษาจะต้องใช้ระบบ DeepSEE™ สแกนดูชั้นผิวและออกแบบจำนวน Line ให้พอดีกับโครงหน้าของคุณก่อนเริ่มยิงเสมอค่ะ
อย่าลืมสังเกตให้ดีนะว่า ตอนปรึกษา หรือตอนทำ แพทย์ผู้ทำต้องประเมินก่อนทุกครั้งว่าแต่ละคนควรใช้กี่ Line
4. แพทย์ไม่อ่านหน้าจอ หรือภาพอัลตราซาวนด์ (Ultrasound) ขณะทำ แถมวางแผนจุดยิงไม่ตรงปัญหา สาเหตุลับที่ทำไมหน้าถึง “ยกไม่เท่ากัน”
ที่หลายคนบ่นว่า ทํา ulthera ไม่ ได้ ผล หรือทำมาแล้วรู้สึกเอ๊ะ… ทำไมหน้าสองข้างดูยกกระชับไม่เท่ากัน? ข้างซ้ายยกกระชับ แต่ข้างขวายังดูห้อยๆ? ขอเจาะลึกแบบอินไซด์เลยว่า ปัญหานี้มักเกิดจากการที่ “แพทย์ไม่อ่านหน้าจอแสดงผล” ในขณะที่ทำการรักษา หรือที่เรียกกันว่าเป็นการยิงแบบหลับตายิง (Blind Technique) นั่นเอง
ทำไม “หน้าจอ” ถึงเป็นหัวใจสำคัญระดับชี้เป็นชี้ตาย? ต้องเข้าใจความจริงข้อหนึ่งก่อนว่า โครงสร้างใบหน้าและชั้นผิวของคนเรา “ไม่สมมาตร” (Asymmetry) ซ้ายและขวาไม่ได้เหมือนกันเป๊ะ 100% ความลึกของชั้น SMAS (ชั้นที่ต้องยิงพลังงานไปให้ถึงเพื่อยกกระชับ) ในแต่ละจุดบนใบหน้าก็ไม่เท่ากัน บางจุดตื้น บางจุดลึก

ตัวอย่างหน้าจอเครื่อง Ulthera โดยสามารถส่องชั้นผิวได้ด้วยเทคโนโลยี DeepSEE™
เครื่อง Ulthera หรือ โปรแกรม Ultherapy จึงต้องมีระบบ DeepSEE™ (หน้าจอ Ultrasound แบบเรียลไทม์) มาให้ เพื่อทำหน้าที่เสมือน “GPS นำทาง” ให้คุณหมอมองทะลุผิวลงไปเห็นว่า ชั้น SMAS ของคุณในจุดนั้นๆ อยู่ลึกแค่ไหน และมีความหนาเท่าไหร่
เมื่อไม่อ่านหน้าจอ ความผิดพลาดจึงเกิด: ถ้าแพทย์ขาดความเข้าใจตรงนี้ หรือขาดสมาธิในการอ่านภาพ Ultrasound หรืออาศัยแค่ความเคยชิน ยิงพลังงานแบบเหมาเข่ง (Cookie-cutter approach) โดยใช้ความลึกหรือจำนวน Line เท่ากันเป๊ะๆ ทั้งสองข้าง สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ:
- จุดที่โชคดี ชั้น SMAS อยู่ตรงเป้า: พลังงานลงแม่นยำ ผิวบริเวณนั้นก็จะยกกระชับได้ผลดี
- จุดที่พลาด ชั้น SMAS อยู่ตื้นหรือลึกกว่าปกติ: พลังงานอาจจะทะลุเป้าไปโดนชั้นกล้ามเนื้อหรือกระดูก ทำให้เจ็บจี๊ดๆ ฟรีๆ โดยไม่ได้ประโยชน์เรื่องการยกกระชับ หรือร้ายกว่านั้นคือพลังงานไปตกอยู่ชั้นไขมัน ทำให้ไขมันฝ่อตัวและหน้าดูตอบลงไปอีก
นี่แหละค่ะคือคำตอบเบื้องหลังที่ว่า ทำไมบางคนทำมาแล้วหน้าถึงยกไม่เท่ากัน หรือเสียเงินฟรีแล้วรู้สึกว่า ทํา ulthera ไม่ ได้ ผล
SLC Tip: การทำ Ulthera หรือโปรแกรม Ultherapy จึงไม่ใช่แค่การเอาหัวยิงมาแนบหน้าแล้วกดปุ่ม แต่คือ “งานคราฟต์ผิว” (Customized Treatment) แพทย์ที่ SLC Clinic จะใช้หน้าจอ Ultrasound สแกนดูชั้นผิวตลอดเวลา เพื่อออกแบบการวางจุดยิง และเปลี่ยนหัวยิงความลึก (Transducer) ให้พอดีกับความลึกของชั้น SMAS แบบช็อตต่อช็อต (Shot by Shot) ใบหน้าซีกซ้ายและขวาอาจใช้จำนวน Line ไม่เท่ากัน เพื่อบาลานซ์โครงหน้าให้ผลลัพธ์ออกมาสมมาตร ดูยกกระชับและเป็นธรรมชาติที่สุดสำหรับคุณค่ะ
5. เจาะลึกวงจรผิว! ด่วนสรุปผลเร็วเกินไป แถมเผลอ “ช็อตฟีล” คอลลาเจนเกิดใหม่โดยไม่รู้ตัว

ข้อนี้คือหลุมพรางที่เจอบ่อยที่สุด! หลายคน หลังทำโปรแกรม Ultherapy หรือ Ulthera ไปได้แค่ 1-2 สัปดาห์ ส่องกระจกแล้วรีบฟันธงว่า ทํา ulthera ไม่ ได้ ผล… ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ! การดึงหน้าด้วยเครื่องมือแพทย์ไม่ได้เหมือนการใช้แอปแต่งรูปที่กดปุ่มปุ๊บหน้าเรียวปั๊บ แต่ต้องอาศัย “กลไกทางธรรมชาติของร่างกาย” ในการฟื้นฟูตัวเอง (Neocollagenesis) ซึ่งกระบวนการนี้มีไทม์ไลน์ที่ชัดเจน ดังนี้
- หลังทำทันที – 1 เดือนแรก: คุณอาจจะรู้สึกว่าหน้ากระชับขึ้นประมาณ 10-20% ซึ่งเกิดจากการที่เส้นใยคอลลาเจนเดิมหดตัวลงจากความร้อน (แต่คอลลาเจนใหม่ยังไม่ได้สร้างนะคะ!)
- เดือนที่ 1 – 2: ร่างกายกำลังวุ่นอยู่กับการซ่อมแซมและเริ่มสร้างโครงข่ายคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่
- เดือนที่ 3 เป็นต้นไป: นี่คือช่วง “Golden Time” ที่คอลลาเจนใหม่จัดเรียงตัวสมบูรณ์ ผลลัพธ์การยกกระชับจะเห็นชัดเจนที่สุด และจะคงอยู่ต่อเนื่องไปได้นาน 1-2 ปี
รู้หรือไม่? พฤติกรรมของคุณหลังทำ มีผลชี้ชะตาว่า Ulthera จะจึ้งหรือพัง! สาเหตุลับอีกข้อที่ทำให้ ทํา ulthera ไม่ ได้ ผล คือการดูแลตัวเองแบบผิดวิธีหลังทำ โดยเฉพาะ 2 เรื่องสำคัญนี้ที่แพทย์อยากเตือน
- กินยาแก้อักเสบ (NSAIDs) ดับฝันคอลลาเจน: หลักการทำงานของ Ulthera คือการส่งพลังงานความร้อนไปทำให้เกิด “แผลขนาดเล็กจิ๋วใต้ผิว” เพื่อหลอกให้ร่างกายเกิด “การอักเสบตามธรรมชาติ” และกระตุ้นการซ่อมแซมตัวเอง หากคุณรู้สึกระบมแล้วชิงกินยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs (ที่แพทย์ไม่ได้สั่งจ่าย) ยาเหล่านี้จะไปเบรกกระบวนการอักเสบ ทำให้ร่างกายหยุดสร้างคอลลาเจน ผลลัพธ์ที่ควรจะได้ก็เลยหายวับไปกับตา!
- สารอาหารไม่ถึง ร่างกายไม่มีเสบียงไปสร้างผิว: คอลลาเจนก็คือโปรตีนชนิดหนึ่ง ถ้าร่างกายได้รับโปรตีนไม่พอ ก็ไม่มีวัตถุดิบไปสร้างตาข่ายผิวให้ตึงกระชับ สูตรการคำนวณง่ายๆ สำหรับคนทั่วไปที่เน้นดูแลสุขภาพและอยากบูสต์ผิวหลังทำหัตถการ คือ ควรทานโปรตีนให้ได้อย่างน้อย 1 – 1.2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อและเป็นเสบียงชั้นดีให้ร่างกายดึงไปผลิตคอลลาเจนได้อย่างเต็มที่
SLC Fact: ความสวยต้องใช้เวลาควบคู่ไปกับวินัย หากทำความเข้าใจวงจรการทำงานของร่างกาย บำรุงถึง และรอคอยอย่างเหมาะสม ปัญหาหน้าไม่ยกก็จะหมดไป แต่ถ้าผ่านไป 3-4 เดือนแล้วยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงจริงๆ แนะนำให้กลับเข้ามาพบแพทย์ที่ SLC Clinic เพื่อประเมินหาสาเหตุและปรับแผนการรักษาเฉพาะบุคคลกันใหม่
เมื่อรู้สึกว่า ทํา ulthera ไม่ ได้ ผล หรือ ทำ Ultherapy แล้วไม่เห็นผลควรทำอย่างไรต่อดี?
- ให้เวลาร่างกายทำงาน: ในช่วง 3 เดือนแรก คอลลาเจนอาจจะยังสร้างได้ไม่เต็มฟอร์ม แนะนำให้ใจเย็นๆ และรอดูผลลัพธ์แบบไฟนอลตั้งแต่ “เดือนที่ 4” เป็นต้นไป
- กลับมาให้แพทย์ประเมินซ้ำ: ถ้าผ่านเวลาที่เหมาะสมไปแล้วหน้ายังไม่ยกจริงๆ ควรกลับมาพบแพทย์เพื่อประเมินหาสาเหตุที่แท้จริง
- การรักษาแบบผสมผสาน (Combination Therapy): บางกรณีปัญหาซับซ้อนกว่าที่ตาเห็น เช่น มีไขมันสะสมเยอะบังชั้น SMAS ไว้ อาจต้องทำโปรแกรมลดไขมันก่อน หรือทำควบคู่กันไป การแก้ให้ตรงจุดต้องเริ่มจากการหาสาเหตุที่แท้จริงให้เจอนั่นเอง (ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล)
Q&A คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ Ultherapy ไม่เห็นผล หรือ ทํา ulthera ไม่ ได้ ผล
Q: ทำไมบางคนทำโปรแกรม Ultherapy หรือ Ulthera แล้วหน้าดูตอบลงกว่าเดิม?
A: สาเหตุส่วนใหญ่มักมาจากชั้นไขมันบนใบหน้าหนาเกินไป ทำให้พลังงานลงไปกระตุ้นชั้น SMAS ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือปัญหาที่แท้จริงอาจไม่ใช่ความหย่อนคล้อย แต่เป็น “ไขมันสะสม” หรือการทรุดตัวของกระดูก ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่โปรแกรมนี้แก้ได้โดยตรง การประเมินโครงสร้างใบหน้าโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำจึงสำคัญมากเพื่อป้องกันปัญหาหน้าตอบ
Q: ต้องรอนานแค่ไหน ถึงจะฟันธงได้ว่าโปรแกรม Ultherapy หรือ Ulthera ไม่เห็นผล?
A: ควรให้เวลาอย่างน้อย 3 เดือนค่ะ เพราะคอลลาเจนต้องใช้เวลาในการสร้างตัวใหม่ โดยทั่วไปจะเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ในช่วง 1–3 เดือนหลังทำ
Q: ทำครั้งแรกไม่เห็นผล สามารถทำโปรแกรม Ultherapy หรือ Ulthera ซ้ำได้ไหม?
A: ทำซ้ำได้ค่ะ! แต่… ควรหาสาเหตุที่แท้จริงให้เจอก่อนว่าทำไมครั้งแรกถึงไม่เห็นผล (เช่น เครื่องปลอม, ช็อตน้อยไป หรือ ปัญหาไม่ตรงจุด) และควรเว้นระยะเวลาตามที่แพทย์แนะนำ หากดันทุรังทำซ้ำโดยไม่รู้สาเหตุ ผลลัพธ์ก็มักจะจบลงแบบเดิม เสียเงินฟรีรอบสองค่ะ
สรุปว่า ทำโปรแกรม Ultherapy ไม่เห็นผล หรือ ทํา ulthera ไม่ ได้ ผล … ไม่ได้แปลว่าเครื่องไม่ดีเสมอไป!
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เจอประสบการณ์ ทํา ulthera ไม่ ได้ ผล อย่าเพิ่งท้อใจหรือมองว่าโปรแกรมนี้ไม่ดีนะ ส่วนใหญ่แล้วมักมีสาเหตุที่สามารถสืบหาและระบุได้เสมอ ตั้งแต่สภาพเครื่องมือปลอมแปลง, การประเมินปัญหาหน้าคลาดเคลื่อน, จำนวน Line ที่น้อยไป, หรือความใจร้อนด่วนสรุปผล ก่อนที่จะตัดสินใจกดโอนเงินทำซ้ำหรือเปลี่ยนไปทำหัตถการอื่น ควรเข้ามาให้แพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้าใหม่อย่างละเอียดก่อนจะดีที่สุด
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าปัญหาความหย่อนคล้อยของคุณตอนนี้ เหมาะกับโปรแกรม Ultherapy หรือ Ulthera อยู่หรือเปล่า? หรืออยากให้ทีมแพทย์จาก SLC Clinic ช่วยวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าแบบเจาะลึก เพื่อวางแผนการรักษาที่ตรงจุดและคุ้มค่าที่สุด ทักเข้ามาปรึกษาเราได้เลยนะคะ!
จองคิวปรึกษาและรับบริการได้ที่ https://booking.slc-group.com/
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Call Center : +66 2 714 9555
Whatsapp : +66 96 116 0806
Facebook : SLCclinic
Skype : SLCclinic
LINE : @SLChospital
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่ผู้บริโภค ไม่ใช่โฆษณาเครื่องมือแพทย์ ผลลัพธ์ของแต่ละบุคคลแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจทำหัตถการ












