15 เรื่องจริง! ของ ''ฟิลเลอร์''
22 ธ.ค. 2558 13:46 น.  |  เปิดอ่าน 174,685
0
Share LINE it! Tweet Share
15 เรื่องจริง! ของ ''ฟิลเลอร์''

"ฟิลเลอร์" เทคนิคหยุดอายุไว้ที่ความสาว!!
ใครๆก็ต้องการความงามที่ไม่มีวันสิ้นสุด แต่การที่จะทำให้ความงามนั้นคงอยู่ได้ตลอดไปนั้น ก็มีอยู่หลากหลายวิธีมากในปัจจุบัน เมื่อตัวเลขของอายุเพิ่มขึ้น ริ้วรอยแห่งวัยก็เริ่มมาเยือน อีกทั้ง ตีนกา ร่องแก้ม รอยบุ๋มของผิว ปัจจุบันนี้ เราเชื่อค่ะว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนที่จะยอมแพ้เรื่องริ้วรอยแห่งวัยได้ง่ายๆ ต่างก็สรรหาวิธีเพื่อทำให้ตัวเองดูดี หน้าเป๊ะ!! คงความสาวไว้ได้แบบที่มีหน้าตาโกหกอายุกันเลยทีเดียว และทางเลือกทางการแพทย์ที่จะสามารถเนรมิตใบหน้าคุณให้สวย เด้ง ทันใจ!! ในแบบฉบับดารา เซเลป นิยมทำกันมากที่สุด นั่นคือ Filler เทคนิคการฉีดสารเติมเต็มผิว นั่นเอง วันนี้ SLC จะมาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับฟิลเลอร์ ที่มีการถามเข้ามามากที่สุด!! สิ่งที่คุณเข้าใจนั้นถูกต้องแล้วหรือไม่ ก่อนจะตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์เข้าสู่ร่างกาย เรามาทำความเข้าใจกันก่อนนะคะ

1. Q : ฟิลเลอร์คืออะไร? และ มีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง? 
    A : ฟิลเลอร์ (Filler) คือ เทคนิคการฉีดเติมเต็มผิวด้วยสารฮายารูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ เรียกสั้นๆว่า HA เป็นสารเติมเต็มที่ได้รับรองมาตรฐานความปลอดภัยทั่วโลก สารสกัดจากธรรมชาติที่มีองค์ประกอบของคอลลาเจนที่เราทุกคนจะมีอยู่แล้วในเซลล์ผิว มีความปลอดภัยสูง นำมาประกอบกันเป็นร่างแหด้วยวิธีการทางเคมี โดยคุณสมบัติของฟิลเลอร์นั้นจะเปรียบได้เสมือนกับเป็นสปริงของผิว ช่วยเสริมสร้างความเต่งตึง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะแนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ในกรณีที่ คนไข้ต้องการ การลดเรือนริ้วรอย ร่องลึก แก้ไขผิวที่หย่อนคล้อยที่เป็นไปตามวัยให้กลับมาตึงกระชับ ผิวเสมอกัน รวมถึงการปรับรูปหน้า สำหรับผู้ที่มีใบหน้าที่ไม่สมส่วนให้ดูดียิ่งขึ้น

2. Q : สาร Hyaluronic acid ทำหน้าที่อย่างไร?
    A :
สารไฮยารูโรนิก แอซิต (Hyaluronic acid) จะช่วยในการกักเก็บน้ำของชั้นใต้ผิวที่ได้รับการแก้ไข เติมเต็มช่องว่างให้กับเซลล์ผิวหนัง ให้ผิวมีความยืดหยุ่น เต่งตึงขึ้น ผิวเรียบเสมอกันปราศจากริ้วรอยเหี่ยวย่น ใบหน้าดูเด็กลงได้ชัดเจน และ จะสลายตัวไปได้เองตามธรรมชาติ



3. Q : ฟิลเลอร์ จะทำให้ระคายเคืองต่อผิวได้หรือไม่
    ​A :
ปัจจุบันยังไม่พบคนไข้รายใดที่เกิดอาการแพ้ฟิลเลอร์หลังได้รับการฉีดไปแล้ว ซึ่งในขั้นตอนของการสกัดสาร Hyaluronic acid นั้น เป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่ผ่านกรรมวิธีคัดแยกสารที่มีความปลอดภัยต่อผิวสูง มีความคงตัว มีฤทธิ์เฉื่อย จึงไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เข้าได้กับทุกสภาพผิว เว้นแต่ว่าคนไข้บางรายมีอาการแพ้ยาชา จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าตนเองนั้น แพ้ฟิลเลอร์ ดังนั้น ก่อนจะทำการฉีดควรแจ้งกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญล่วงหน้าก่อน

4. Q : ฟิลเลอร์จะมีโอกาสไหลได้หรือไม่ เพราะอะไร?
    A : ฟิลเลอร์จะมีโอกาสไหลได้ ถ้า!! คนไข้พบเจอกรณีต่างๆ ดังนี้ 
1. ในกรณีที่มีการ ‘‘เครม’’ ว่า ฟิลเลอร์ นั้นสามารถอยู่ได้เกิน 5 ปี หรือ ว่ากึ่งถาวร ถึงแม้ว่าจะบอกว่าจะเป็น Hyaluronic Acid ของแท้ แต่แพทย์จะไม่แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ที่ถูกเครมแบบนี้เด็ดขาด เนื่องจากฟิลเลอร์จะมีการเคลื่อนที่ได้ หากแต่ว่าฟิลเลอร์นั้นอยู่ใต้ผิวหนังนานเกินไป
2. หากถูกฉีดฟิลเลอร์ที่มีความละเอียดของโมเลกุลใหญ่มากเกินไป ไม่เหมาะสมกับผิวบริเวณนั้นๆ จะทำให้หนัก และ หน่วงผิว จึงทำให้เกิดการเคลื่อนที่ได้ จึงต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูง เลือกฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลความละเอียดเหมาะสมกับผิวบริเวณนั้นๆ



5. Q : ฟิลเลอร์ ที่ได้มาตรฐานจะอยู่ได้นานแค่ไหน?
    A : ฟิลเลอร์ที่ผ่านมาตรฐาน อย. ในปัจจุบัน จะสามารถอยู่ได้ 1 ปี , 1 ปีครึ่ง และไม่เกิน 2 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละบริเวณ , ชนิดของฟิลเลอร์ รวมถึงการดูแลตนเองหลังทำ เมื่อหมดระยะเวลาของฟิลเลอร์นั้น จะสามารถสลายตัวได้เองจนไม่เหลือตกค้าง 100% เหตุเพราะ ด้วยระยะเวลาภายใน 2 ปี ของฟิลเลอร์ เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมต่อผิวหนัง  จึงไม่ก่อให้เกิดการเคลื่อนที่ และ ไม่ระคายเคืองต่อผิวได้อย่างแน่นอน

6. Q : ต้องฉีด ฟิลเลอร์ เข้าไปลึกแค่ไหนจึงจะปลอดภัย?
    A : ฟิลเลอร์สามารถฉีดเข้าไปได้ในทุกชั้นของผิว ขึ้นอยู่กับแต่ละปัญหาผิว และอยู่ภายใต้การพิจารณาของแพทย์  ในส่วนของความปลอดภัยในการฉีดนั้นขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจริงๆ เนื่องจากบางบริเวณของผิว จะมีเส้นเลือดอยู่มาก เช่น ผิวบริเวณใต้ตา หัวคิ้ว หากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไม่มีความระมัดระวัง ประสบการณ์น้อย ใช้เข็มปลายแหลมก็มีความเสี่ยงที่จะเข้าไปรบกวนเส้นเลือด และ อาจเกิดอันตรายต่อเส้นเลือด และส่งผลข้างเคียงต่อผิวบริเวณที่ฉีดได้

7. Q : หากเข้าใกล้กับความร้อนจะทำให้ ฟิลเลอร์ ละลาย จริงหรือไม่?
    A : ขึ้นอยู่กับแต่ละบริเวณที่ทำ และ บริเวณนั้นได้รับการสัมผัสกับความร้อนโดยตรง เช่น ผู้ที่เคยฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปปาก และชอบทานของร้อนเป็นประจำก็จะมีส่วนที่ทำให้ฟิลเลอร์นั้น สลายไปได้เร็วกว่าอายุของฟิลเลอร์จริง แต่ส่วนใหญ่แล้วจุดอื่นๆของร่างกาย จะไม่มีส่วนไหนที่ได้รับสัมผัสกับความร้อนโดยตรง ยกเว้น บริเวณปาก ดังนั้น ในเรื่องของความร้อนจึงไม่ใช่ประเด็นของการละลายฟิลเลอร์เลย

8. Q : ฉีดฟิลเลอร์บริเวณไหนได้บ้าง?
    A : สามารถฉีดฟิลเลอร์ได้ทุกบริเวณของผิวที่เกิดข้อบกพร่องเรื่องริ้วรอย ร่องลึก รวมถึงการปรับรูปหน้าได้ เช่น เติมเต็มริ้วรอยใต้ตา , เติมเต็มหลุมแผลเป็น , เติมเนื้อแก้ม หน้าผาก หรือ ขมับ , ปรับรูปหน้า , เติมริมฝีปากอวบอิ่ม ทรงกระจับแบบ “Babii Lips”, ตกแต่งผิวใต้ตาแบบ “Dolly Eyes”




9. Q : ใช้เวลาทำนานไหม?
    A : ประมาณ 10 – 15 นาที ขึ้นอยู่กับแต่ละบริเวณที่ทำ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

10. หลังฉีด Filler ต้องดูแลตัวเองอย่างไร?

11. Q : สามารถสลายฟิลเลอร์ออกไปได้ 100% หรือไม่?
       A :
ในปัจจุบัน สารเดียวที่จะสามารถสลายสารไฮยารูโรนิก ได้นั้นคือ เอ็นไซม์ไฮยารูโรนิเดส (Hyarulonidase) เอ็นไซม์นี้ที่จะช่วยสลายสารไฮยารูโรนิกได้ 100%  อย่างแม่นยำ สามารถสลายได้อย่างรวดเร็ว โดยจะเกิดการยุบตัวลง และ ละลายเป็นน้ำซึมไปตามผิวหนังได้เอง

12. Q : การฉีดสลายฟิลเลอร์ มีผลข้างเคียงหรือไม่?
       A : ทุกครั้งที่มีกรณีการแก้ไขเพื่อนำฟิลเลอร์ออกนั้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการแจ้งให้คนไข้ทราบอยู่เสมอว่า เมื่อฉีดสลายไปแล้วจะส่งผลให้คอลลาเจนใต้ผิวที่มีอยู่เดิม เกิดการเสื่อมสลายไปบ้าง ซึ่งคนไข้จะต้องทำความเข้าใจในส่วนนี้ด้วยเช่นกัน

13. Q : เพราะเหตุใด คนไข้บางรายถึงต้องทำการสลายฟิลเลอร์หลายครั้ง?
       A :
 ขึ้นอยู่กับเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ของเดิมนั้น แพทย์มีเทคนิคในการฉีดเป็นอย่างไร เช่น  หากได้เคยผ่านการฉีดจมูกในลักษณะการใช้เข็มเดียวแบบไม่ติดต่อกัน จะส่งผลทำให้ฟิลเลอร์เกิดเป็นกลุ่มก้อน การสลายฟิลเลอร์นั้นจึงไม่ได้เกิดขึ้นภายในครั้งเดียวอย่างแน่นอน 

​14. Q : หากเคยฉีดฟิลเลอร์เสริมจมูก / คาง มาแล้ว และ ต้องการนำออกเพื่อจะทำศัลยกรรม จะมีวิธีการอย่างไร?
       A :
ในกรณีที่ฉีดเสริมจมูก หรือ คาง มาก่อน และ ต้องการทำศัลยกรรม เนื่องด้วยศัลยแพทย์จะต้องทำการเปิดแผลในบริเวณนั้นๆอยู่แล้ว ดังนั้นการแก้ไขฟิลเลอร์จะทำได้โดยการกดออกมาได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากสารไฮยารูโรนิกจะมีลักษณะที่มีความยืดหยุ่น นุ่มๆ คล้ายเจลลี่ จึงไม่ได้มีผลทำให้จับกับผิวมากนัก

15. Q : ฟิลเลอร์ของแท้ ตรวจสอบอย่างไร?
       A : 1. ขอดูผลิตภัณฑ์ ฉลากจะต้องตรงกับกล่องอย่างครบถ้วน  
            2. คนไข้ควรทราบข้อมูลเกี่ยวกับฟิลเลอร์อยู่บ้างแล้ว ทั้งเรื่องของ ลักษณะกล่อง รวมถึงบริษัทผู้ผลิต
            3. ของแท้จะต้องมี Serial Number  Ref. และ Lot.อยู่ข้างกล่อง สถานพยาบาลจะนำสติ๊กเกอร์ Serial Number นี้แปะไว้ที่ OPD ของคนไข้ จะสามารถตรวจสอบถึงผู้ผลิตได้ 

สวยทางลัดได้!! แต่ต้องใช้ "ไฮยารูโรนิก แอซิด" ของแท้ เท่านั้น
ที่ผ่านมาภายใน 5 – 10 ปี มีสารสังเคราะห์บางชนิด ที่ไม่ใช่ไฮยารูโรนิก แอซิด หมอกระเป๋าได้ทำการฉีดให้กับคนไข้หลายราย ภายหลังคนไข้ไม่แน่ใจว่าสารที่โดนฉีดเข้าไปนั้น คือ ไฮยารูโรนิกจริงหรือไม่ หากไม่ใช่ การฉีดสลายด้วยเอ็นไซม์ไฮยารูโรนิเดส จะไม่สามารถสลายได้เลย บางรายต้องทำการผ่าตัดออก ซึ่งสารสังเคราะห์นี้จะยึดเกาะกับเนื้อเยื่อของเรา มีความแข็ง และส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อเชื้อต่างๆ รวมถึงเนื้อเยื่อจะถูกทำลายไปด้วย หากคุณได้รับการฉีดฟิลเลอร์ที่เป็นสารไฮยารูโรนิกของแท้นั้น จะไม่ส่งผลอันตรายใดๆต่อผิวหนังได้เลย โดยการฉีดจะต้องขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญควบคู่กันไปด้วย

Review - Filler Volume Lift



ขอขอบคุณรูปภาพจาก Kapook , Beauty24Store , Ovolva , DailyNews , Pinterest

SLC ยินดีให้คำปรึกษาทุกปัญหาความงาม
Call Center : +66 2 714 9555
Whatsapp : +66 96 116 0806
Skype : SLCclinic 
Facebook : SLC clinic
LINE : @SLCclinic
เพิ่มเพื่อน

ติดตามความเคลื่อนไหว ข่าวสาร โปรโมชั่น SLC Siam Laser Clinic บน Facebook คลิกที่นี่!!
Share LINE it! Tweet Share

Call center : 02-714-9555
Line ID : @SLCclinic
Mon-Sun 10:00 - 20:00