ยกกระชับ…แต่กลัวสลายแฟตแลัว หน้าตอบ? กลัวแก้มส้มหาย? ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นได้จริงถ้าเลือกเครื่องยกกระชับที่ไม่เหมาะกับรูปหน้า หรือทำแบบส่งพลังงานเท่ากันโดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างของผิว หลายคนอยากแก้ปัญหาแก้มตก กรอบหน้าเบลอ หรือเหนียงใต้คาง แต่ลังเลที่จะทำ โชคดีที่ตอนนี้มี โปรแกรม XERF ที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้แล้ว
ด้วย โปรแกรม XERF เทคโนโลยี RF ยกกระชับที่ “ออกแบบรูปหน้าได้” ด้วยคลื่นความถี่คู่ (6.78 + 2 MHz) ที่ส่งพลังงานลึกถึงชั้น SMAS และที่สำคัญคือปรับความลึกได้ถึง 3 ระดับ ช่วยให้แพทย์เลือก “เก็บแก้มส้มไว้” หรือ “เน้นยกกระชับชั้นลึก” ได้ตามปัญหาผิวจริงของคุณ ไม่ต้องกลัวหน้าตอบ เพราะทุกอย่างถูกออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ
มาดูกันว่าโปรแกรม XERF ที่ SLC ช่วยแก้ปัญหาของคุณได้อย่างไร
โปรแกรม XERF คืออะไร?
โปรแกรม XERF คือเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้คลื่นวิทยุชนิด Monopolar RF แบบสองความถี่ (Dual-Frequency: 6.78 MHz + 2 MHz) ส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวได้ครอบคลุมตั้งแต่ชั้นหนังแท้ ชั้นไขมันใต้ผิว ไปจนถึงชั้น SMAS (ชั้นพังผืดที่รองรับโครงสร้างใบหน้า) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่แพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า
จุดเด่นที่ทำให้โปรแกรม XERF ที่ SLC แตกต่างจากเครื่องยกกระชับอื่นๆ คือ:
- คลื่นความถี่คู่ (Dual-Frequency) – ใช้ความถี่ 6.78 MHz กระตุ้นชั้นผิวตื้น-กลาง และความถี่ 2 MHz ลงลึกถึงชั้น SMAS ช่วยยกกระชับแบบโครงสร้างจริง
- ปรับความลึกได้ 3 ระดับ – มีโหมด Shallow, Middle, Deep ให้แพทย์เลือกใช้ตามบริเวณและความต้องการ ไม่ส่งพลังงานเท่ากันทุกจุด
- ระบบปรับแต่งอัตโนมัติ (Impedance Feedback) – วิเคราะห์สภาพผิวแต่ละคนและแนะนำระดับพลังงานที่เหมาะสม
- ความสบายสูง – มีระบบทำความเย็น ICD Cooling และเทคโนโลยี Wave Fit Pulse ที่ซอยพลังงานให้ละเอียด ทำให้เจ็บน้อย
โปรแกรม XERF ที่ SLC จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับแบบละเอียด ไม่อยากหน้าตอบ และต้องการผลลัพธ์ที่ตรงกับปัญหาจริง
ทำไมต้องเลือก XERF? เพราะตอบโจทย์แบบนี้
ออกแบบรูปหน้าได้ – ไม่หน้าตอบ เก็บแก้มส้มไว้
จุดเด่นแรกที่ทำให้ โปรแกรม XERF พิเศษจริงๆ คือความ “แม่นยำ” ในการออกแบบรูปหน้า ด้วยระบบ Impedance Feedback ที่วิเคราะห์ค่าความต้านทานไฟฟ้าของเนื้อเยื่อผิวแต่ละคน แล้วแนะนำระดับความลึกและพลังงานที่เหมาะสม
ที่ SLC แพทย์สามารถเลือกใช้ความลึก 3 ระดับตามปัญหาจริง:
- Shallow Mode (6.78 MHz) – ส่งพลังงานลงชั้นผิวตื้น เหมาะสำหรับหน้าผาก ช่วยลดริ้วรอยตื้นๆ ปรับผิวให้เรียบเนียน
- Middle Mode (6.78 MHz) – ส่งพลังงานลงชั้นกลาง เหมาะสำหรับแก้ม ใบหน้าส่วนกลาง ช่วยกระชับผิว
- Deep Mode (6.78 MHz + 2.0 MHz) – ส่งพลังงานลงชั้นลึกถึง SMAS เหมาะสำหรับใต้คาง เหนียง กรอบหน้า ช่วยปรับโครงสร้างผิวและลดไขมันสะสม
ความสามารถในการปรับความลึกนี้เองที่ช่วยให้ “เก็บแก้มส้ม (Baby Fat) ไว้ได้” โดยไม่ทำลายชั้นไขมันในจุดที่ต้องการ ทำให้หน้าดูกระชับแต่ไม่ตอบ ยังคงดูอิ่มฟู ดูเป็นธรรมชาติ
นี่คือเหตุผลที่ผหลายคนเลือกโปรแกรม XERF ที่ SLC เพราะไม่ต้องกลัวหน้าตอบแล้ว
ยกลึกถึง SMAS – ไม่ใช่แค่ผิวชั้นนอก
หลายคนทำเครื่องยกกระชับแล้วรู้สึกว่าได้แค่ผิวชั้นนอกกระชับ แต่กรอบหน้ายังไม่ชัดเท่าไหร่ ปัญหานี้เกิดจากการส่งพลังงานไม่ลงลึกพอถึงชั้นโครงสร้างที่แท้จริง
โปรแกรม XERF แก้ปัญหานี้ได้ด้วยคลื่นความถี่ 2 MHz ที่สามารถส่งพลังงานลงลึกถึง ชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นพังผืดที่รองรับโครงสร้างใบหน้า เป็นชั้นเดียวกับที่แพทย์ผ่าตัดดึงหน้า
เมื่อพลังงานความร้อนถูกส่งลงถึงชั้น SMAS พังผืดจะหดตัวกระชับขึ้น ช่วยยกกรอบหน้าจากภายใน ผลลัพธ์ที่อาจช่วยได้คือ:”
- กรอบหน้าคมชัดขึ้นจริง
- แก้มที่ตกลงมาถูกยกขึ้น
- เหนียงใต้คางลดลง
- ใบหน้ามีโครงสร้างที่ชัดเจนขึ้น
การยกกระชับที่ลงลึกถึงชั้น SMAS นี้เองที่ทำให้ผลลัพธ์ของโปรแกรม XERF แตกต่างจากเครื่องยกกระชับทั่วไป ไม่ใช่แค่ผิวชั้นนอกกระชับเท่านั้น แต่เป็นการยกกระชับแบบโครงสร้างจริงๆ
เจ็บน้อย ไม่มี downtime – ทำเสร็จใช้ชีวิตต่อได้เลย
ความสบายขณะทำเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้โปรแกรม XERF ที่ SLC ได้รับความนิยม เพราะมีเทคโนโลยี 2 ตัวช่วยที่ทำให้เจ็บน้อยกว่าเครื่องอื่นๆ:
Wave Fit Pulse Technology – เทคโนโลยีที่ซอยพลังงานออกเป็นชุดเล็กๆ หลายชุด แทนที่จะปล่อยแรงสูงครั้งเดียว ทำให้ความร้อนค่อยๆ สะสมอย่างทั่วถึงและไม่กระจุกตัว รู้สึกสบายมากขึ้น
ICD Cooling System – ระบบทำความเย็นที่ปล่อยความเย็นพร้อมกับส่งพลังงาน ช่วยปกป้องผิวชั้นบนไม่ให้ร้อนเกินไป ทำให้ส่งพลังงานลงชั้นลึกได้เต็มที่โดยไม่ทำร้ายผิวด้านนอก
ด้วยเทคโนโลยีทั้งสองนี้ ผู้รับบริการส่วนใหญ่รู้สึกว่า:
- เจ็บน้อย ทนได้ง่าย
- ไม่จำเป็นต้องทายาชา
- รู้สึกอุ่นๆ ลึกๆ สลับกับความเย็น
- ไม่มี downtime ทำเสร็จใช้ชีวิตได้ปกติทันที
- แต่งหน้าได้เลยหลังทำ
หลายคนทำโปรแกรม XERF ที่ SLC ตอนเช้าแล้วไปทำงานต่อได้เลย สะดวกมากสำหรับคนที่ไม่มีเวลาพักฟื้น
ผลลัพธ์อยู่นาน 6-12 เดือน – กระตุ้นคอลลาเจนจริง
หลายคนกังวลว่าทำแล้วผลอยู่ได้นานแค่ไหน ต้องมาทำบ่อยไหม โปรแกรม XERF ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดี เพราะผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลตัวเอง
เหตุผลที่ผลอยู่ได้นาน เพราะโปรแกรม XERF ไม่ได้แค่ทำให้คอลลาเจนเดิมหดตัว แต่ยังกระตุ้นร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง:
- ทันทีหลังทำ – คอลลาเจนเดิมหดตัวกระชับขึ้น
- 1-2 สัปดาห์ – ผิวเริ่มปรับตัว คอลลาเจนหดตัวมากขึ้น
- 2-3 เดือน – ผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด เพราะคอลลาเจนใหม่ถูกสร้างขึ้นเต็มที่
- 6-12 เดือน – ผลยังคงอยู่และค่อยๆ จางลงตามธรรมชาติ
ข้อดีคือไม่ต้องมาทำบ่อย ประหยัดทั้งเวลาและงบประมาณ และถ้าดูแลผิวดีด้วยการทาครีมกันแดดและบำรุงผิวสม่ำเสมอ ผลจะอยู่ได้นานขึ้น
โปรแกรม XERF ช่วยอะไรบ้าง? – “ยก แน่น เนียน”
หลังจากทำโปรแกรม XERF ที่ SLC แล้ว มีเป้าหมายที่ผลลัพธ์แบบ “ยก แน่น เนียน” ครบทุกมิติ::
ยก – ยกกระชับผิวแบบโครงสร้าง
- กรอบหน้าชัดขึ้น แก้มที่ตกลงมาถูกยกขึ้น
- ผิวดูกระชับเต่งตึงมากขึ้น
- ยกจากชั้น SMAS จริงๆ ไม่ใช่แค่ผิวชั้นนอก
แน่น – ลดแก้มย้อย ลดเหนียงใต้คาง
- จากการส่งพลังงานลงชั้นไขมันและชั้น SMAS ช่วยให้ไขมันส่วนเกินหดตัว
- แก้มดูเรียวขึ้น เหนียงใต้คางลดลง
- หน้าดูกระชับแน่นขึ้น
เนียน – ปรับคุณภาพผิว ลดริ้วรอย
- การกระตุ้นคอลลาเจนช่วยให้ริ้วรอยตื้นลงและผิวดูเรียบเนียนขึ้น
- ผิวดูอิ่มฟูขึ้น รูขุมขนดูกระชับขึ้น
- ผิวมีความยืดหยุ่นดีขึ้น
และที่สำคัญ “เก็บแก้มส้ม (Baby Fat) ไว้ได้” ด้วยการปรับความลึกที่ละเอียด ทำให้หน้ากระชับแต่ไม่ตอบ ยังคงดูอิ่มฟู ดูเป็นธรรมชาติ
จุดเด่นที่โดดเด่นที่สุดของโปรแกรม XERF คือความสามารถในการ “ออกแบบรูปหน้า” ไม่ใช่แค่ยกกระชับเท่านั้น แต่สามารถเลือกได้ว่าจะยกแบบไหน ลึกแค่ไหน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับรูปหน้าและความต้องการของแต่ละคน
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
โปรแกรม XERF เหมาะกับใครบ้าง?
เหมาะกับ
- ผู้ที่แก้มตก กรอบหน้าไม่ชัดเจน
- ผู้ที่กลัวหน้าตอบ อยากเก็บแก้มส้มไว้
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหลายระดับในหน้าเดียว (เช่น ผิวชั้นบนหย่อนคล้อย แต่มีไขมันเฉพาะจุด)
- ผู้ที่มีเหนียงใต้คาง อยากลดให้กระชับขึ้น
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับแบบโครงสร้างลึก (ลงถึงชั้น SMAS) โดยไม่ต้องผ่าตัด
- ผู้ที่กลัวเจ็บ หรือต้องการความสบายขณะทำ
- ผู้ที่ไม่มีเวลาพักฟื้นมาก ต้องการทำเสร็จแล้วใช้ชีวิตต่อได้เลย
- ผู้ที่เคยทำเครื่องยกกระชับอื่นมาแล้วแต่รู้สึกว่าผลไม่ตรงจุด หรือหน้าตอบ
ไม่เหมาะกับ
- ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีเครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย
- ผู้ที่มีโลหะฝังในบริเวณใบหน้า (เช่น แผ่นเหล็กจากการผ่าตัดกระดูก)
- ผู้ที่มีผิวอักเสบ ติดเชื้อ หรือมีแผลเปิดในบริเวณที่จะทำ
- ผู้ที่เพิ่งทำเลเซอร์หรือหัตถการรุนแรงในช่วงใกล้เคียงกัน
ก่อนตัดสินใจทำโปรแกรม XERF ควรปรึกษาแพทย์ที่ SLC Clinic เพื่อประเมินความเหมาะสมกับสภาพผิวของตัวเองก่อนเสมอ
เปรียบเทียบ XERF vs เครื่องยกกระชับอื่นๆ
หลายคนสงสัยว่าโปรแกรม XERF ต่างจากเครื่องยกกระชับอื่นๆ อย่างไร เรามาเปรียบเทียบกันแบบง่ายๆ:
| คุณสมบัติ | โปรแกรม XERF | โปรแกรม Thermage FLX | โปรแกรม Oligio X |
| เทคโนโลยี | คลื่นความถี่คู่ Dual-Frequency (6.78 + 2 MHz) | คลื่นความถี่เดี่ยว Single-Frequency (6.78 MHz) | คลื่นความถี่เดี่ยว (6.78 MHz) + GXG Dual Mode |
| ระดับความลึก | ปรับได้ 3 ระดับ (Shallow/Middle/Deep) | Single Mode | Dual Mode (G+X) |
| ชั้นผิวที่เน้น | ชั้นหนังแท้, ไขมัน และเน้นชั้น SMAS | ชั้นหนังแท้ และชั้นไขมัน | ชั้นหนังแท้ และชั้นไขมัน |
| จุดเด่นพิเศษ | ออกแบบรูปหน้าได้ เก็บแก้มส้มไว้ได้ | ให้ความร้อนปริมาตรสูง เหมาะกับแก้มเยอะ | ความเย็นสูง 11 Pulses เจ็บน้อยที่สุด |
| ความเจ็บ | เจ็บน้อย ไม่จำเป็นต้องทายาชา | อาจรู้สึกร้อนลึกๆ ต้องทายาชา | เจ็บน้อยที่สุด เย็นสบาย ไม่ต้องทายาชา |
| เหมาะกับ | กลัวหน้าตอบ ต้องการ custom หน้าไม่ตอบ | มีแก้มเยอะ ต้องการเรียว V-Shape | กลัวเจ็บ เน้นผิวใส |
ควรเลือกโปรแกรมไหนดี?
เลือกโปรแกรม XERF เมื่อ:
- กลัวหน้าตอบ อยากเก็บแก้มส้มไว้
- ต้องการออกแบบรูปหน้าแบบละเอียด
- มีปัญหาผิวหลายระดับในหน้าเดียว
- ต้องการยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS
เลือกโปรแกรม Thermage FLX เมื่อ:
- มีแก้มเยอะหรือไขมันสะสมเยอะ
- ต้องการเน้นความแน่นกระชับ
- ต้องการปรับกรอบหน้าให้เล็กเรียว (V-Shape)
เลือกโปรแกรม Oligio X เมื่อ:
- กลัวเจ็บมากที่สุด
- เน้นงานผิวใส ปรับคุณภาพผิว
- ต้องการความสบายสูงสุดขณะทำ
สิ่งสำคัญคือควรปรึกษาแพทย์ที่ SLC Clinic เพื่อประเมินและเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับสภาพผิวและเป้าหมายของคุณจริงๆ
ขั้นตอนการทำโปรแกรม XERF ที่ SLC
ก่อนทำ
- ปรึกษาแพทย์ที่ SLC Clinic เพื่อประเมินสภาพผิว
- แพทย์จะวิเคราะห์ปัญหาและวางแผนการปรับความลึกที่เหมาะสม
ระหว่างทำ
- ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณและจำนวนช็อต
- แพทย์จะปล่อยพลังงาน RF ด้วยหัวทิปขนาดใหญ่ลงสู่ชั้นผิว
- คุณจะรู้สึกอุ่นๆ ลึกๆ สลับกับความเย็นจากระบบ ICD Cooling
- เจ็บน้อย ทนได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องทายาชา
- หากต้องการความสบายสูงสุด สามารถทายาชาได้
หลังทำ
ไม่มี downtime! สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที อาจมีรอยแดงเล็กน้อยแต่จะหายภายใน 2-6 ชั่วโมง
การดูแลหลังทำ:
- แต่งหน้าได้ทันที ไม่มีรอยแผล
- ทาครีมกันแดด SPF 50+ ทุกวัน เพื่อปกป้องผิวจากแสง UV
- หลีกเลี่ยงความร้อนจัด งดซาวน่า อบไอน้ำ หรือออกกำลังกายหนักใน 24 ชั่วโมงแรก
- ดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน เพื่อช่วยกระบวนการสร้างคอลลาเจน
- บำรุงผิว ใช้มอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนได้ดี
ผลลัพธ์อาจเห็นได้ทันทีหลังทำเล็กน้อย และอาจชัดเจนที่สุดในช่วง 2-3 เดือน เมื่อคอลลาเจนใหม่ถูกสร้างขึ้นเต็มที่
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: โปรแกรม XERF เจ็บไหม?
โปรแกรม XERF เจ็บน้อยมาก ไม่จำเป็นต้องทายาชา เพราะมีระบบทำความเย็น ICD Cooling และเทคโนโลยี Wave Fit Pulse ที่ซอยพลังงานให้ละเอียด ทำให้รู้สึกเพียงอุ่นๆ ลึกๆ สลับกับความเย็นสบาย ผู้รับบริการส่วนใหญ่รู้สึกทนได้ง่าย แต่หากต้องการความสบายสูงสุด สามารถทายาชาได้
Q2: โปรแกรม XERF ต่างจาก Thermage และ Oligio X อย่างไร?
- โปรแกรม XERF โดดเด่นด้วยคลื่นความถี่คู่ (6.78 + 2 MHz) ที่ลงลึกถึงชั้น SMAS และปรับความลึกได้ 3 ระดับ ช่วยให้ “ออกแบบรูปหน้า” และ “เก็บแก้มส้มไว้” ได้ เหมาะกับคนกลัวหน้าตอบ
- โปรแกรม Thermage FLX เน้นปรับกรอบหน้าและลดไขมันด้วยความร้อนปริมาตรสูง เหมาะกับคนมีแก้มเยอะต้องการ V-Shape
- โปรแกรม Oligio X เน้นความเย็นสบายด้วยระบบ 11 Pulses เหมาะกับคนกลัวเจ็บและเน้นผิวใส
Q3: ทำโปรแกรม XERF ที่ไหนดี? ทำไมต้อง SLC?
ควรทำที่คลินิกที่มีแพทย์ที่มีประสบการณ์และมีเครื่อง XERF รุ่นใหม่ล่าสุด SLC Clinic มีทั้งแพทย์ที่มีประสบการณ์และเครื่อง XERF พร้อมให้บริการ พร้อมปรึกษาและวางแผนการทำที่เหมาะสมกับคุณ
Q4: ควรทำโปรแกรม XERF กี่ครั้ง?
ส่วนใหญ่อาจเห็นผลลัพธ์ที่ดีจากการทำ 1 ครั้งจากการใช้จำนวนช็อตที่เหมาะสม แต่หากต้องการผลที่ดีกว่า หรือมีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก อาจทำ 2-3 ครั้ง โดยห่างกันครั้งละ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์
Q5: โปรแกรมXERF เหมาะกับอายุเท่าไหร่?
เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่เริ่มมีสัญญาณของความหย่อนคล้อย โดยสภาพผิวและปัญหาจริงสำคัญกว่าอายุ ควรปรึกษาแพทย์ที่ SLC Clinic เพื่อประเมินความเหมาะสม
Q6: ทำโปรแกรม XERF ร่วมกับโปรแกรม Botox, โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ได้ไหม?
สามารถทำร่วมกันได้ แต่หากทำในควรเว้นระยะหลังทำ 4 สัปดาห์ขึ้นไป โดยแพทย์ที่ SLC Clinic จะวางแผนลำดับหัตถการให้เหมาะสมกับความต้องการของคุณ
Q7: หลังทำโปรแกรม XERF ต้องพักฟื้นไหม?
ไม่ต้องพักฟื้น สามารถแต่งหน้าได้ทันที กลับไปทำงานได้เลย ไม่มีอาการบวมหรือช้ำ อาจมีรอยแดงเล็กน้อยซึ่งจะหายภายใน 2-6 ชั่วโมง แนะนำให้ทาครีมกันแดด หลีกเลี่ยงซาวน่าและออกกำลังกายหนักใน 24 ชั่วโมงแรก
Q8: โปรแกรม XERF ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?
โปรแกรม XERF ช่วยแก้ปัญหาผิวได้ครบทุกมิติ “ยก แน่น เนียน” – ยกกระชับผิวจากชั้น SMAS | ลดแก้มย้อยและเหนียงใต้คาง | ปรับคุณภาพผิวและลดริ้วรอย | พิเศษ: “เก็บแก้มส้มไว้ได้” ทำให้หน้ากระชับแต่ไม่ตอบ ยังคงดูอิ่มฟู ดูเป็นธรรมชาติ
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
สรุป โปรแกรม XERF : พร้อมยกกระชับแบบ Custom หน้าไม่ตอบแล้วหรือยัง?
โปรแกรม XERF ที่ SLC Clinic คือคำตอบสำหรับคนที่ต้องการยกกระชับแบบ “ออกแบบรูปหน้าได้” ด้วยเทคโนโลยีคลื่นความถี่คู่ที่ลงลึกถึงชั้น SMAS และปรับความลึกได้ 3 ระดับ ช่วยให้คุณ “เก็บแก้มส้มไว้ได้” ไม่ต้องกลัวหน้าตอบ
ผลลัพธ์แบบครบทุกมิติ “ยก แน่น เนียน”:
- ยก – ยกกระชับลึกถึงชั้น SMAS ไม่ใช่แค่ผิวชั้นนอก
- แน่น – ลดแก้มย้อย ลดเหนียงใต้คาง กรอบหน้าชัดขึ้น
- เนียน – ผิวเรียบเนียน ริ้วรอยตื้นลง ผิวดูอิ่มฟู
เหมาะกับคนที่มีปัญหาแก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด เหนียงใต้คาง และต้องการยกกระชับที่ตรงจุดโดยไม่ต้องผ่าตัด เจ็บน้อย ไม่ downtime ผลอยู่นาน 6-12 เดือน
พร้อมยกกระชับแบบ custom แล้วใช่ไหม?
มาปรึกษาแพทย์ที่ SLC Clinic เพื่อประเมินสภาพผิวและหาโปรแกรมที่เหมาะสมกับคุณกันเลย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Call Center: +66 2 714 9555
Whatsapp: +66 96 116 0806
Facebook: SLCclinic
Skype: SLCclinic
LINE: @SLChospital
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่ผู้บริโภคเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการโฆษณาหรือเชิญชวนให้ใช้บริการใด ๆ การตัดสินใจทำหัตถการทางการแพทย์ควรปรึกษาแพทย์เสมอ