Open Daily : 10:00 - 20:00
Call center : 02-714-9555
Line ID : @SLChospital
SLC Online

Ulthera SPT หรือ Ulthera Prime ต่างกันอย่างไร เลือกทำอันไหนดี?

เคยเป็นไหม? เดินเข้าคลินิกความงามด้วยใจที่มุ่งมั่นว่า “ฉันจะทำโปรแกรม Ulthera“ แต่พอไปถึงหน้าเคาน์เตอร์ พี่เซลล์คนสวยก็ยิงคำถามใส่จนเรางงตึ้บ “คุณน้องคะ จะรับเป็นตัว SPT ดั้งเดิม หรือจะอัปเกรดเป็น Prime รุ่นใหม่ล่าสุดดีคะ?” 

เอ้า! งานเข้าสิคะ… จากที่เตรียมใจมาเสียเงิน กลายเป็นต้องมานั่งติวเข้มเหมือนวิชาวิทยาศาสตร์หน้าเด้งซะงั้น วันนี้เราเลยขออาสาเป็น “ล่ามความงาม” มาสรุปให้ฟัง  ว่าสองเครื่องนี้เขาต่างกันยังไง แล้วเงินในกระเป๋าคุณควรจะไปลงที่ใคร! 

ทำความรู้จักโปรแกรม Ulthera นวัตกรรมยกกระชับที่ทั่วโลกยอมรับ SPT Vs. Prime ต่างกันยังไง? 

ก่อนจะไปดูความต่าง ต้องเข้าใจก่อนว่าทั้งคู่คือโปรแกรม Ultherapy เหมือนกัน ซึ่งใช้เทคโนโลยี คลื่นเสียงความถี่สูง (Micro-Focused Ultrasound) ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับที่หมอศัลยกรรมใช้ดึงหน้า) เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ 

แล้วคำถามคือ โปรแกรม Ulthera SPT คืออะไร? 

SPT ย่อมาจาก See, Plan, Treat ซึ่งเป็นเทคนิคที่อัปเกรดขึ้นมาจากรุ่นดั้งเดิม 

  • See: คุณหมอเห็นภาพโครงสร้างผิวผ่านหน้าจอ Real-time ตลอดเวลา 
  • Plan: วางแผนการยิงให้แม่นยำตามปัญหาของแต่ละบุคคล 
  • Treat: ทำการรักษาได้อย่างตรงจุด 

จุดสำคัญคือ โปรแกรม Ulthera SPT ช่วยให้แพทย์ไม่ต้องคาดเดาว่าชั้นผิวอยู่ลึกแค่ไหน เพราะสามารถมองเห็นได้จริงก่อนยิงพลังงาน จึงช่วยลดโอกาสยิงผิดชั้น และเพิ่มความมั่นใจในความแม่นยำ 

สำหรับคนที่มีโครงสร้างใบหน้าซับซ้อน เช่น เคยร้อยไหม เคยฉีดฟิลเลอร์ หรือมีผิวบาง การมองเห็นชั้นผิวชัดเจนอาจช่วยให้การรักษาแม่นยำยิ่งขึ้นและวางตำแหน่งการยิงได้เหมาะสมขึ้น 

อัพเกรดมาเป็น แล้วโปรแกรม Ulthera Prime คืออะไร ? 

โปรแกรม Ulthera Prime คือนวัตกรรมรุ่นล่าสุด (รุ่นปี 2024-2025) ที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก SPT โดยมีการปรับปรุงทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับประสบการณ์การรักษาให้ดีกว่าเดิม ภาพคมชัดขึ้น และการปล่อยพลังงานมีความเสถียรสูงกว่าเดิม ทำให้การยิงแต่ละไลน์มีความต่อเนื่องมากขึ้น 

อีกจุดที่หลายคนสังเกตได้คือ ความลื่นไหลของระบบและความรวดเร็วในการทำงาน ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการรักษาโดยรวม 

อย่างไรก็ตาม หลักการทำงานพื้นฐานของ โปรแกรม Ultera Prime ยังคงใช้พลังงานแบบเดียวกับ โปรแกรม Ultera SPT คือ ส่งพลังงานอัลตราซาวด์ลงสู่ชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นการหดตัวของเนื้อเยื่อและสร้างคอลลาเจนใหม่ 

ดังนั้นความแตกต่างจึงไม่ใช่ “ยกแรงกว่าแบบก้าวกระโดด” แต่เป็น การพัฒนาในแง่ของระบบและความแม่นยำในการควบคุมพลังงาน 

ตารางเปรียบเทียบ: โปรแกรม Ulthera SPT vs โปรแกรม Ulthera Prime 

หัวข้อเปรียบเทียบ โปรแกรม Ulthera SPT โปรแกรม Ulthera Prime 
ความเร็วในการทำ มาตรฐาน เร็วกว่าเดิม 20% 
หน้าจอแสดงผล 15 นิ้ว (แบบเก่า) 21 นิ้ว (คมชัดระดับ HD) 
ความเจ็บ รู้สึกอุ่น ๆ ถึงจี๊ด ๆ ใต้ผิว เจ็บน้อยลง (ด้วยการส่งพลังงานที่เสถียรขึ้น) 
ความแม่นยำ สูง (ด้วยระบบ Real-time Visualization) สูงสุด (ประมวลผลเร็วขึ้น แม่นยำกว่าเดิม) 
ผลลัพธ์ ยกกระชับผิว กระตุ้นคอลลาเจน ยกกระชับผิว + งานผิวละเอียดขึ้น 

คำถามที่หลายคนอยากรู้ที่สุด : ผลลัพธ์ต่างกันไหม? 

คำตอบแบบตรงไปตรงมาคือ ถ้าทำโดยแพทย์ที่เก่งและมีการวางแผนการยิงอย่างเหมาะสม ผลลัพธ์ของ โปรแกรม Ulthera SPT และ โปรแกรม Ulthera Prime ไม่ได้แตกต่างกันมาก 

สิ่งที่มีผลต่อผลลัพธ์มากที่สุดคือ 

  • การประเมินปัญหาใบหน้าอย่างถูกต้อง 
  • จำนวนไลน์ที่เหมาะสม 
  • การเลือกความลึกของหัวทิป 
  • เทคนิคการวางแนวยิงตามทิศทางการยก 

แล้วควรเลือกโปรแกรม Ulthera แบบไหนดี ?  

เลือกโปรแกรม Ulthera SPT เมื่อ… 

  • ต้องการผลลัพธ์การยกกระชับที่ได้รับการรองรับและเห็นผลชัดเจน 
  • ต้องการประหยัดงบประมาณลงมาเล็กน้อย เพราะบางคลินิกอาจจัดโปรโมชั่นเครื่องรุ่นนี้ในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า 
  • ไม่ได้กังวลเรื่องเวลาที่ใช้ในการทำมากนัก 

เลือกโปรแกรม Ulthera Prime เมื่อ… 

  • กลัวเจ็บ: รุ่น Prime มีการปล่อยพลังงานที่ต่อเนื่องและนุ่มนวลกว่า ทำให้ความรู้สึกระหว่างทำสบายขึ้น 
  • รีบ/มีเวลาน้อย: เพราะตัวเครื่องประมวลผลเร็ว ทำให้ใช้เวลาในการยิงน้อยลงแต่ได้จำนวนไลน์เท่าเดิม 
  • ต้องการเทคโนโลยีล่าสุด: จอภาพที่ใหญ่และชัดเจนช่วยให้คุณหมอวางแผนการยิงในชั้นผิวที่ซับซ้อนได้ละเอียดกว่าเดิม 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ โปรแกรม Ulthera SPT และ โปรแกรม Ulthera Prime

ผลลัพธ์ของการทำ Ulthera SPT และ Ulthera Prime อยู่ได้นานแค่ไหน

ไม่ว่าจะเลือกทำรุ่น SPT หรือ Prime ผลลัพธ์ของการยกกระชับจะ อยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิม การดูแลตัวเอง และอายุของผู้ทำ โดยหลังทำจะเห็นผลลัพธ์เบื้องต้นทันทีประมาณ 20-30% และจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดในช่วง 2-3 เดือน เนื่องจากชั้นใต้ผิวหนัง (SMAS) ต้องใช้เวลาในการกระตุ้นและสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างเต็มที่ แนะนำให้กลับมาทำซ้ำปีละ 1 ครั้ง เพื่อคงสภาพความกระชับอย่างต่อเนื่อง

หลังทำ Ulthera ต้องพักฟื้นไหม มีอาการหน้าบวม หรือทิ้งรอยแผลหรือไม่

ข้อดีของการทำ Ulthera คือ ไม่ต้องพักฟื้น (No Downtime) ไม่มีบาดแผลเปิดบนใบหน้า หลังทำเสร็จสามารถทาสกินแคร์ แต่งหน้า และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที ในบางรายอาจมีรอยแดงเรื่อๆ เกิดขึ้นบ้าง แต่จะหายไปเองภายใน 1-2 ชั่วโมง และอาจมีความรู้สึกระบมลึกๆ ใต้ชั้นผิวเวลาสัมผัสโดนบริเวณแนวกรามหรือโหนกแก้ม ซึ่งเป็นอาการปกติที่แสดงว่าเครื่องได้ส่งพลังงานลงไปทำงานใต้ชั้นผิวแล้ว โดยอาการระบมจะค่อยๆ หายไปเองใน 1-2 สัปดาห์

อายุเท่าไหร่ถึงควรเริ่มทำโปรแกรม Ulthera เหมาะกับใครบ้าง

สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่ อายุ 25-30 ปีขึ้นไป โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ผิวหน้าหย่อนคล้อยมากเสียก่อน แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • วัย 25-30 ปี (ทำเพื่อป้องกัน): ทำเพื่อสะสมคอลลาเจน (Collagen Banking) ช่วยชะลอวัย ป้องกันความหย่อนคล้อยในอนาคต และรักษากรอบหน้าให้คมชัด
  • วัย 35 ปีขึ้นไป (ทำเพื่อแก้ไข): ทำเพื่อแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยตามวัย ยกกระชับร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก เก็บเหนียง และฟื้นฟูโครงสร้างผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมาแน่นกระชับ

สามารถทำ Ulthera ร่วมกับการฉีดฟิลเลอร์ (Filler) หรือโบท็อกซ์ (Botox) ได้ไหม

สามารถทำร่วมกันได้ และจะยิ่งช่วยส่งเสริมผลลัพธ์ให้หน้าดูเด็กลงอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ต้องจัดลำดับการทำให้ถูกต้อง ดังนี้

  • กรณีที่ยังไม่เคยทำอะไรเลย: แพทย์จะแนะนำให้ทำ Ulthera ก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อปรับโครงสร้างผิวให้กระชับ จากนั้นจึงค่อยฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์เติมเต็มในส่วนที่ขาดหาย
  • กรณีที่เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ หรือโบท็อกซ์มา: ควรเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้ตัวยาเซ็ตตัวและเกาะติดกับเนื้อเยื่อได้ดีก่อน จึงจะสามารถทำ Ulthera ทับบริเวณดังกล่าวได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ทำให้ตัวยาสลายตัวเร็ว

สรุป โปรแกรม Ulthera SPT หรือ โปรแกรม Ulthera Prime ดีกว่ากัน? 

หากถามแบบกว้าง ๆ คงไม่มีคำตอบตายตัวว่าเครื่องไหน “ดีกว่า” สำหรับทุกคน 

โปรแกรม Ulthera Prime คือการพัฒนาระบบให้ทันสมัยขึ้น ภาพคมชัดขึ้น และเสถียรยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มประสบการณ์การรักษาและความแม่นยำในการวางแผนยิงพลังงาน 

ขณะที่ โปรแกรม Ulthera SPT ยังคงเป็นมาตรฐานระดับสูงที่มีความแม่นยำและประสิทธิภาพในการยกกระชับผิวอย่างชัดเจน 

สิ่งที่ทำให้การทำเครื่องUlthera ให้ได้ผลดีที่สุด ไม่ใช่เพียงชื่อรุ่นของเครื่อง แต่คือการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียด การเลือกจำนวนไลน์ที่เหมาะสม และการออกแบบแนวการยกให้สอดคล้องกับปัญหาเฉพาะบุคคล ซึ่งนั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าหากคุณคิดจะยกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัดด้วยคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจง

ดังนั้น หากกำลังตัดสินใจทำ โปรแกรม Ultherapy ควรเริ่มจากการประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดกับแพทย์ เพื่อให้ได้แนวทางการรักษาที่เหมาะกับโครงหน้า สภาพผิว และเป้าหมายของคุณมากที่สุด 

หากต้องการคำแนะนำ สามารถเข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ที่ SLC Clinic เพื่อรับการวิเคราะห์ใบหน้าแบบเฉพาะบุคคล และเลือกโปรแกรม Ultherapy ที่เหมาะสมกับคุณได้อย่างมั่นใจ 

บทความที่เกี่ยวข้อง