เคยไหมคะ? ทาครีมแพงแค่ไหนผิวก็ไม่ดูดซับ กินคอลลาเจนทุกวัน แต่หน้าก็ยังไม่เปลี่ยน ส่องกระจกทีไรก็รู้สึกว่าผิวไม่ดีขึ้นอะไรเลย — แบบนั้นน่ะค่ะ! ถ้าเคยรู้สึกแบบนี้ ขอบอกเลยว่านั่นไม่ใช่ปัญหาที่ตัวสกินแคร์ แต่เป็นสัญญาณที่หน้าส่งมาบอกว่า ผิวขาดคอลลาเจน ลึกกว่าที่ครีมจะเข้าถึงได้ค่ะ
สัญญาณ ผิวขาดคอลลาเจน ไม่ได้มีหน้าตาเดียวนะคะ บางคนผิวบ้วนน้ำ บางคนแต่งหน้าไม่ติด บางคนหน้าหย่อนจนดูเหมือนคนละคน แต่ละแบบมาจากโครงสร้างผิวที่พังคนละจุด และต้องการวิธีแก้ที่ต่างกันด้วยค่ะ บทความนี้รวม 6 สัญญาณที่หน้าส่งมาบอกอยู่ทุกวัน พร้อมตัวช่วยที่แก้ได้ตรงจุดแต่ละอาการเลย
ผิวขาดคอลลาเจน เกิดขึ้นได้ยังไง?
คืองี้นะคะ ใต้ผิวหนังมีเซลล์ที่ชื่อว่า Fibroblast ทำหน้าที่หลักคือผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินให้ผิว พออายุมากขึ้น Fibroblast จะทำตัวขี้เกียจขึ้นเรื่อยๆ คอลลาเจนผลิตได้น้อยลง แต่ร่างกายยังสลายตัวเก่าต่อไปตามปกติ สรุปคือร่างกายลดการผลิตคอลลาเจนทุกวันเลยค่ะ โครงสร้างผิวก็เริ่มพังทีละชั้น และสัญญาณต่อไปนี้ก็จะตามมา
6 สัญญาณเตือนที่บอกว่าผิวขาดคอลลาเจน
สัญญาณที่ 1: ผิวต้านคอลลาเจน — กินก็แล้ว ทาก็แล้ว ยังไม่เห็นผล!
กินคอลลาเจนมาแล้วหลายกระปุก ทาเซรั่มบำรุงทุกคืน แต่หน้าก็ยังดูไม่ต่างจากเดิมเลยสักนิด? อย่าเพิ่งโทษสินค้านะคะ! เพราะเหตุผลจริงๆ คือ Fibroblast ใต้ผิวเข้าสู่ “ภาวะจำศีล” โรงงานผลิตคอลลาเจนปิดตัวไปแล้ว คอลลาเจนที่กินเข้าไปเลยไม่มีใครรับค่ะ
แก้ด้วย: โปรแกรม Sculptra SLC™ ใช้อนุภาค PLLA เข้าไปปลุก Fibroblast ที่หลับอยู่ให้กลับมาสร้างคอลลาเจน Type 1 ได้ใหม่ ผิวค่อยๆ กลับมาหนาแน่น ยืดหยุ่น และดูอ่อนเยาว์ขึ้นตามกระบวนการของร่างกายเองค่ะ
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลนะคะ

สัญญาณที่ 2: ผิวบ้วนน้ำ — เติมความชุ่มชื้นเท่าไหร่ก็รั่วออก!
ทาครีมบำรุง ฉีดสเปรย์น้ำแร่ ดื่มน้ำครบทุกวัน แต่พอสักพักผิวก็กลับมาแห้งกร้านอีก ทีนี้พอเดาออกไหมคะว่าปัญหาอยู่ที่ไหน? เหมือนเติมน้ำลงแก้วร้าวน่ะค่ะ เติมเท่าไหร่ก็ไม่เต็มอยู่ดี ปัญหาจริงๆ อยู่ที่ “ตาข่ายผิว” หรือ Skin Matrix ที่ฉีกขาด โมเลกุลน้ำกักเก็บไม่อยู่เลย
แก้ด้วย: โปรแกรม 1 2 Colla SLC™ เติมคอลลาสด (Atelocollagen) เข้าไปอุดรอยรั่วของตาข่ายผิวโดยตรง ผิวดูดซับน้ำได้ดีขึ้น ฉ่ำเด้งอิ่มน้ำ เห็นผลได้เร็ว เหมาะกับคนที่ไม่อยากรอนานเลยค่ะ
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลนะคะ

สัญญาณที่ 3: ผิวปฏิเสธครีม — สกินแคร์แพงแค่ไหนก็กองอยู่บนหน้า!
ทาครีมแล้วรู้สึกว่าไม่เข้าผิวเลย หน้าดูด้านๆ ไม่โกลว์ไม่สดใส ทั้งที่ใช้ของดีราคาแพง อย่าเพิ่งโทษแบรนด์ก่อนนะคะ! เพราะสาเหตุจริงๆ คือ Skin Barrier อ่อนแอลงจากคอลลาเจนและ Elastin ที่ลดลง ชั้นกั้นผิวทำงานไม่ได้เต็มที่ สารอาหารจากครีมก็ลงผิวได้ยากตามไปด้วยค่ะ
แก้ด้วย: โปรแกรม PROFhil SLC™ HA บริสุทธิ์เข้มข้นกระจายตัวทั่วใบหน้า ช่วย Remodeling โครงสร้างผิวชั้นไขมันใหม่ กระตุ้นทั้งคอลลาเจนและอีลาสติน ผิวรับสารบำรุงได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หน้าดูโกลว์ใสขึ้นจากข้างในเลยค่ะ
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลนะคะ

สัญญาณที่ 4: ผิวอ้วกรองพื้น — แต่งหน้าไม่ติด รูขุมขนเบิกบาน!
รองพื้นเกาะไม่อยู่ ตกร่อง เป็นคราบสังขยา รูขุมขนดูใหญ่ขึ้นทุกปี ขอบอกเลยว่านี่ไม่ใช่แค่ผิวมันนะคะ แต่เป็นสัญญาณว่าคอลลาเจนรอบรูขุมขนเสื่อมสภาพแล้ว เมื่อรูขุมขนขาดโครงค้ำยัน ก็บานออกตามแรงโน้มถ่วงเองค่ะ รองพื้นเลยเกาะไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง
แก้ด้วย: โปรแกรม Juve SLC™ ไฮบริดงานผิว PDLLA + HA อนุภาคละเอียดเข้าไปซ่อมแซมหลุมสิวและกระชับรูขุมขนโดยตรง ผิวละเอียดเนียนขึ้น Skin Texture ดีขึ้น แต่งหน้าติดทน งานผิวลูกคุณหนูเลยค่ะ
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลนะคะ

สัญญาณที่ 5: หน้าสลัดกรอบหน้า — แก้มห้อย เหนียงออก ดูเหมือนคนละคน!
มองกระจกแล้วรู้สึกว่ากรอบหน้าหาย แก้มย้อยลงมาบังขากรรไกร เหนียงเริ่มออก ทั้งที่น้ำหนักไม่ได้ขึ้น ถึงว่าทำไมใครๆ ถึงบอกว่าดูแก่กว่าอายุจริงค่ะ เส้นใยคอลลาเจนที่ทำหน้าที่ขึงหน้า (Ligament) หย่อนตามแรงโน้มถ่วง โครงค้ำยันอ่อนแรง แก้มก็ตกตามมาเองเลย
แก้ด้วย: โปรแกรม Reset Jawline SLC™ ใช้ CaHA สร้างโครงตาข่าย (Scaffold) ค้ำยันผิวบริเวณกราม พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินให้ผิวเฟิร์มกระชับ กรอบหน้าชัดขึ้น มีมิติมากขึ้นค่ะ
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลนะคะ

สัญญาณที่ 6: ผิวยืดแข่งกับชีส — ดึงแล้วย้วย ปล่อยแล้วไม่คืนรูป!
จิ้มแก้มแล้วยุบช้า ดึงผิวแล้วไม่เด้งกลับเร็วเหมือนแต่ก่อน ผิวหลวม ย้วย ไม่เกาะกับโครงหน้า ทีนี้พอมองภาพออกหรือยังคะ ว่าทำไมบำรุงอย่างไรก็ยื้อผิวไว้ไม่ได้ ก็เพราะโครงสร้างผิวสูญเสียแรงต้าน (Loss of Tension) คอลลาเจนที่เคยสานกันแน่นเริ่มคลายตัวออกแล้วค่ะ
แก้ด้วย: โปรแกรม HACa SLC™ ผสาน HA เข้าไปตรึงผิวให้ตึงขึ้น คู่กับ CaHA ที่สานโครงตาข่ายใหม่ใต้ผิว ล็อกผิวให้แน่นเฟิร์ม ผิวกลับมาดูกระชับ จับแล้วสู้มือค่ะ
ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลนะคะ

FAQs — ถามมาตอบให้ค่ะ
ผิวขาดคอลลาเจน อายุเท่าไหร่ถึงเริ่มเป็นคะ?
คอลลาเจนเริ่มลดลงตั้งแต่อายุประมาณ 25 ปีขึ้นไปนะคะ แต่ละคนสัมผัสสัญญาณต่างกัน ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการดูแลผิว แสงแดด และพันธุกรรม บางคนเริ่มเห็นสัญญาณชัดเจนช่วงอายุ 30 ปลายๆ บางคนเร็วกว่านั้นก็มีค่ะ
กินคอลลาเจนทุกวัน ทำไมผิวยังไม่ดีขึ้นคะ?
คืองี้นะคะ คอลลาเจนที่กินเข้าไปต้องอาศัย Fibroblast ในการนำไปสร้างโครงสร้างผิว ถ้า Fibroblast ทำงานน้อยลงแล้ว คอลลาเจนจากอาหารเสริมก็ไม่มีผลมากพอค่ะ วิธีที่ช่วยได้ตรงจุดกว่าคือการกระตุ้น Fibroblast โดยตรงผ่านหัตถการที่เหมาะสมกับสภาพผิวแต่ละคนค่ะ
ผิวขาดคอลลาเจนหลายแบบพร้อมกัน ต้องทำหลายโปรแกรมไหมคะ?
ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์นะคะ บางคนมีสัญญาณหลายอาการพร้อมกัน แพทย์อาจแนะนำโปรแกรมที่ตอบโจทย์หลายจุดในคราวเดียว หรือวางแผนทำเป็นขั้นตอน เพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้เต็มที่ก่อนดูแลจุดถัดไปค่ะ
สรุป ผิวขาดคอลลาเจน มาดูแลได้ที่ SLC Clinic

ผิวขาดคอลลาเจน ไม่ได้มีสัญญาณเดียวนะคะ มีทั้งผิวต้านครีม ผิวไม่อุ้มน้ำ รูขุมขนบาน ไปจนถึงหน้าหย่อนและผิวย้วย แต่ละสัญญาณมาจากโครงสร้างผิวที่พังคนละจุด และช่วยได้ด้วยโปรแกรมที่ตรงกับปัญหาค่ะ ไม่ต้องเดาเอง ทีมแพทย์ SLC Clinic พร้อมประเมินและแนะนำโปรแกรมที่เหมาะกับสภาพผิวโดยเฉพาะค่ะ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Call Center: +66 2 714 9555
Whatsapp: +66 96 116 0806
Facebook: SLCclinic
Skype: SLCclinic
LINE: @SLChospital
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่ผู้บริโภคเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ กรุณาปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคลนะคะ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลค่ะ










